หน้าแรก Home Guest Book ทักทายเรา คู่มือเที่ยวเอง อย่างง่ายๆ เว็บบอร์ด Webboard เที่ยวไทย Local Trips เที่ยวเทศ Oversea Trips ท่องทะเล Sea Trips เรื่องน่ารู้ Knowledge คนบ้าหนัง คลิป วิดีโอ ถาม-ตอบ FAQ
ศูนย์รวมตั๋วโปรโมชั่น


บทความ (Article)

JAPAN TRIP STORY 27 - ตอน 27 - เที่ยว นิกโก้ ต่อ - ทะเลสาป - น้ำตก เคกอน - ไป อิเมชิ - เซนได - มัตสึชิม่า ครับ

สวัสดีครับ

ตั้งแต่ก่อนไป และ ครั้งอยู่ที่โน่น ผมเขียน เรื่อง ญี่ปุ่น ไปแล้ว ดังนี้ครับ
เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวญี่ปุ่น 
JAPAN RAIL PASS คุ้มหรือไม่คุ้ม

ส่วนกระทู้ หลังจากกลับมาแล้ว ก็คือ

JAPAN - ญี่ปุ่น 01 - ว่าด้วยเรื่องข้อมูล จากทริป 25 วัน ตอนที่ 1 ครับ 
ซึ่งมีเนื้อหา 5 หัวข้อ ดังนี้ครับ
1. ไปเที่ยวญี่ปุ่น ต้องมี เจแปน เรล พาสส์ ครับ
2. จริงหรือเปล่า ที่เค้าว่า วีซ่าญี่ปุ่น นี่ ขอยากขอเย็น?
3. ก็จะไปเที่ยวอ่ะ แล้วใจคอจะไม่ให้หาข้อมูลก่อนไปบ้างหรือไง?
4. เที่ยวญี่ปุ่น อย่าลืมไปสุวรรณภูมิแต่เนิ่นๆ เผื่อเวลาเช็คอินไว้เยอะๆเด้อครับเด้อ
5. จะเดินทางจากสนามบินไปยังที่พักได้อย่างไร?

JAPAN - ญี่ปุ่น 02 - ว่าด้วยเรื่องข้อมูล จากทริป 25 วัน ตอนที่ 2 ครับ 
ซึ่งมีเนื้อหา 3 หัวข้อ ดังนี้ครับ
6. ว่าด้วยเรื่องที่พักในโตเกียว : ข้าวสาร โตเกียว สไมล์ เกสท์เฮ้าส์
7. ก่อนไปสนามบินด้วย เคเซไลน์ เสียเวลาสำรวจเส้นทางนิดนึง ก็ดีเน้อ ขอบอก
8. จาก สถานี อาซัคซ่า (Asakusa) จะไป ข้าวสารโตเกียวสไมล์ เกสท์เฮ้าส์อย่างไร?

JAPAN - ญี่ปุ่น 03 - ว่าด้วยเรื่องข้อมูล จากทริป 25 วัน ตอนที่ 3 ครับ 
ซึ่งมีเนื้อหา 1 หัวข้อ ดังนี้ครับ
9. เที่ยวอย่างไร ที่ไหน ในโตเกียว ?
---- เที่ยวโตเกียว ควรซื้อ วันเดย์พาสส์ ครับ
---- เอาล่ะ...จะไปซับเวย์ ตามที่บอกนะ เพ่...แล้วซื้อตั๋วยังไง กลัวสื่อสารไม่รู้เรื่องอ่ะครับ?
---- ของดีที่ต้องพกติดตัว ยามเที่ยวโตเกียว
---- วิธีหาข้อมูล แหล่งเจ๋งๆในการเที่ยวโตเกียวแบบง่ายๆ

JAPAN - ญี่ปุ่น 04 - ว่าด้วยเรื่องข้อมูล จากทริป 25 วัน ตอนที่ 4 ครับ 
ซึ่งมีเนื้อหา 3  หัวข้อ ดังนี้ครับ
10. ทำไมต้องจองที่พักก่อนไป และต้องเตรียมรองเท้าดีๆไปด้วย?
11. จริงหรือที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น ไม่ว่าเมืองไหน ก็ควรซื้อ วันเดย์พาสส์?
12. ว่าด้วยเรื่องที่พักในโตเกียว : เจจีเอช โตเกียว - นิชิคาวากูจิ

JAPAN - ญี่ปุ่น 05 - ว่าด้วยเรื่องข้อมูล จากทริป 25 วัน ตอนที่ 5 ครับ 
ซึ่งมีเนื้อหา 1  หัวข้อ ดังนี้ครับ
13. ว่าด้วยเรื่องที่พักใน เกียวโต : เกียวโต เอกิมัย ไว้ท์เฮ้าส์
14. การใช้อินเตอร์เน็ตในญี่ปุ่น
15. ปลั๊กไฟ และ ระบบไฟ ในญึ่ปุ่น

แหะ แหะ แหะ.....เอาอีกแล้ว อย่าเพิ่งมึนนะครับ....รับรองว่าจะไม่แตกแขนงไปอีกแล้วครับ (ถ้าไม่จำเป็น อิอิ) .......แบบว่า...ที่แยกออกมา เป็น JAPAN TRIP STORY ช้างล่างนี้ ก็เพราะ ต้องการเน้น เฉพาะ ต่างจังหวัด แบบเหมารวมไปเลย ไม่อยากแยกเป็นเมืองๆอ่ะครับ...ทนหน่อยนะครับ

JAPAN TRIP STORY 01 - ตอนที่ 1 - ฟูจิ ฮากอนเน่ - ยูโมโต้ - มิยาโนชิตะ - โชโกกุโนโมริ -โอเพิ่นแอร์ มิวเซียม 
JAPAN TRIP STORY 02 - ตอนที่ 2 - โกรา -โอวาคุตานิ - โซนซาน - โทเก็นได - เรือโจรสลัด - โมโต ฮากอนเน่ - ฮิดา ทาคายาม่า ฮิดา โฟล์ก วิลเล็จ  
JAPAN TRIP STORY 03 - ตอนที่ 3 - วัด ฮิดา โกกุบุนจิ - โอล์ด ไพรเวท เฮ้าส์  
JAPAN TRIP STORY 04 - ตอนที่ 4 - ทาคายาม่า จินจา - อาหารกล่อง - คามากูร่า - วัดเคนโจจิ - ศาลเจ้า ฮาจิมาน - ถนนคนเดิน  
JAPAN TRIP STORY 05 - ตอนที่ 5 - วัด ไดบัทสุ - วัด ฮาเซ เดรา - โยโกฮาม่า - ไชน่าทาวน์ - มินาโต มิไร 
JAPAN TRIP STORY 06 - ตอนที่ 6 - ราเมน มิวเซียม - โยโกฮาม่า ไดเสไก 
JAPAN TRIP STORY 07 - ตอนที่ 7 - เที่ยว เกียวโต - ย่าน กิยอง - วัด คินคากูจิ 
JAPAN TRIP STORY 08 - ตอนที่ 8 - วัด คินคากูจิ (ต่อ) - วัด เรียวอันจิ 
JAPAN TRIP STORY 09 - ตอนที่ 9 - วัด นินนาจิ-วัด คิโยมิสุ (วัดน้ำใส) ครับ 
JAPAN TRIP STORY 10- ตอนที่ 10 - พิธีกรรมต่างๆใน วัดน้ำใส คิโยมิสุ เดร่า - ท่องดงขนม-ชม คาบูกิ ครับ 
JAPAN TRIP STORY 11 - ตอนที่ 11 -เที่ยว เมือง นารา-วัด โคโฟกูจิ-วัด โตไดจิ ฯลฯ ครับ 
JAPAN TRIP STORY 12 - ตอนที่ 12 - เที่ยว นารา (ต่อ) ศาลเจ้า คาซูก้า-ศิลปะ ยาบูซาเม่-วัดกังโกจิ-ไปเที่ยว ฮิเมจิ ครับ 
JAPAN TRIP STORY 13 - ตอนที่ 13 - ปราสาท ฮิเมจิ-ร้านอาหารสุดประทับใจ-สวน โคโคเอ็น-ศิลปะ อิเคบาน่า-เที่ยวเมือง โกเบ ครับ 
JAPAN TRIP STORY 14 - ตอนที่ 14 - ตะลุย เกียวโต-โปลิศจับขโมย-เกียวโต เธียเตอร์-ศาลเจ้า ฟูชิมิ อินาริ ครับ 
JAPAN TRIP STORY 15 - ตอนที่ 15 - วัด จินกากูจิ-วัด ชิออนจิ-ปราสาท นิโจ-ไป อาราชิยาม่า ครับ 
JAPAN TRIP STORY 16 - ตอนที่ 16 - เที่ยว ฟูกูโอก้า-ที่พัก-แหล่งท่องเที่ยว-อาหาร-คานาล ซิตี้ ฯลฯ 
JAPAN TRIP STORY 17 - ตอนที่ 17 - โรงละคร-ฮากาต้า รีเวอร์เรน-โรโบ สแควร์-ศูนย์วัฒนธรรม-เมืองเหยี่ยว ครับ 
JAPAN TRIP STORY 18 - ตอนที่ 18 - เก็บตก ฟูกูโอก้า และ กลับมา เที่ยว โอซาก้าครับ 
JAPAN TRIP STORY 19 - ตอนที่ 19 - พิฑิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์-สถานีทีวี เอ็น เอช เค-ปราสาท โอซาก้า-ล่องเรือสำราญ ซานตา มาเรีย ครับ 
JAPAN TRIP STORY 20 - ตอนที่ 20 - ขึ้นเหนือไป ฮ็อกไกโด - หัวใจพองโต ที่ ฮาโกดาเต้ - เที่ยวตลาดเช้า ครับ 
JAPAN TRIP STORY 21 - ตอนที่ 21 - ทานปูยักษ์ - เที่ยว แหลม ทาชิมาชิ - ศาลเจ้า ฮาชิมังกุ ชินโต - สปา - บ้านเรือนสวยงาม ครับ 
JAPAN TRIP STORY 22 - ตอนที่ 22 - ศูนย์รวม อาคารประวัติศาสตร์ - โฉมใหม่ของ ท่าเรือ - ป้อม กอร์โยกากุ และ หอชมวิว ครับ 
JAPAN TRIP STORY 23 - ตอนที่ 23 - แท็พพรีสทีน คอนแวนต์ - โทกูโบกุ พาร์ค - หอเกียรตืคุณ นักรบ นักกวี - แหล่งประวัติศาสตร์อื่นๆ ใน ฮาโกดาเต้ ครับ 
JAPAN TRIP STORY 24 - ตอนที่ 24 - ร้านอาหาร เท่ เก๋ ในฮาโกดาเต้ - สู่ ซัปโปโร เมืองหิมะ - สกี จัมพ์ สเตชั่น ครับ 
JAPAN TRIP STORY 25 - ตอนที่ 25 - ท่องเมืองซัปโปโร และ ไปต่อ นิกโก้ เมืองในฝัน ครับ 
JAPAN TRIP STORY 26 - ญี่ปุ่น ตอน 26 - เที่ยวนิกโก้ - สะพานแดงศักดิ์สิทธิ์ - วัด รินโนจิ - ศาลเจ้า โตโชกุ - ฟูตาราซัน จินจา ครับ

สำหรับ เรื่อง โตเกียว โดยเฉพาะ ก็.....

TOKYO TRIP STORY 01 - เดินเที่ยวเรื่อยๆ ย่าน อาซัคซ่า (Asakusa) และอื่นๆอีกมากมายครับ 
TOKYO TRIP STORY 02 - ลุย ขินจูกุ- ตื่นตากับ โตเกียว บนตึกระฟ้าชั้น 45 ครับ 
TOKYO TRIP STORY 03 - ท่อง กินซ่า โอโมเต ซันโด ฮาราจูกุ และ อื่นๆอีกมากมาย ครับ 
TOKYO TRIP STORY 04 - ท่อง โอไดบะ เม็กก้า เว็บ - ชิบูย่า และ อื่นๆอีกมากมายครับ

ต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า ไม่มีเจตนาตั้งกระทู้เปลืองอ่ะครับ เพียงแต่คิดว่า การแยกภาค เป็น ภาคข้อมูล และ ภาค ทริปสตอรี่ เสียตั้งแต่แรกเลย จะทำให้โพสต์ได้เร็วกว่า อ่ะครับ...(มีบทเรียนมาแล้วจาก กระทู้ อินเดีย ครับ ที่ป่านนี้ ภาค ทริปสตอรี่ ยังไปไม่ถึงไหนอ่ะครับ)

เพราะฉะนั้น ท่านที่ต้องการ หรือสนใจ เฉพาะเรื่องข้อมูล ก็จะไม่ต้องอ่านเรื่องเยิ่นเย้อ คลิกอ่านเฉพาะ ภาคข้อมูล ได้เลย....... ส่วน ภาคทริปสตอรี่ ก็เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่ชอบดูรูป อ่านเรื่อง แบบเจาะละเอียด.... เพราะผมและคุณนายเดินเที่ยวเก่ง ไปแบบช้าๆ เก็บภาพมาก และพูดคุยกับผู้คนมาก อาจจะดูเอื่อยเฉื่อย ....แต่ก็เป็นเอกลักษณ์ที่คนอ่านชื่นชอบมาตั้งแต่สมัย เขียนประจำ เรื่องเที่ยวไทย อ่ะครับ

สรุป ตามนี้นะครับ...กระทู้ญี่ปุ่น จะมีทั้งภาคข้อมูล และ ภาคทริปสตรี่ ไปพร้อมๆกัน นะครับ

ถ้าสนใจ เรียนเชิญนะครับ

แตร่น แตร้น....ข่าวดีครับ....ก่อนที่จะอ่าน ทริปสตอรี่ตอนนี้ของผม เชิญคลิกอ่านกระทู้  ที่บอร์ด http://wutkate.com/forum/default.asp มีคนเก่งแบบ คมในฝัก หลายคน... มุมมอง ความช่างสังเกต การจับประเด็น ยกนิ้วให้เลยครับ แถมยังเป็นสุภาพชน ที่ อัธยาสัยเยี่ยม น้ำใจดีอีกด้วย  เชิญคลิกอ่านดูได้ครับ แล้วรับรองจะร้องว่า หูยยย ประสบการณ์ปานนี้ แต่มัยถ่อมตัวจัง อ่ะครับ

เราแวะที่พัก จัดการถ่ายโอน ไฟล์รูป จาก เมมรี่การ์ด ลง โน๊ตบุ๊ค เสร็จ ก็ออกมาที่ ทัวริสต์ อินฟอร์เมชั่น เซ็นเตอร์ ของ เมือง นิกโก้ เพื่อเช็คเมล์ เพราะ ที่นี่ คือ ที่เดียวที่มี อินเตอร์เน็ต ครับ

แต่ก็ไม่ได้เรื่องครับ เพราะรอแล้วรอเล่า เฝ้าแต่รอ กว่าจะได้ข้อมูลสักหน้า ก็แทบหลับครับ

เราจึงเที่ยวต่อ โดยไปจุดหมายยาวไกล ตามที่ได้รับคำแนะนำมาเมื่อวานว่า เฉพาะค่ารถบัสต่อเที่ยว ก็พันกว่าเยน แล้ว อ่ะครับ

รถบัสที่นี่ เจ๋ง ยกนิ้วให้ เลยครับ เพราะมี จอ บอกเส้นทาง อย่างกระจ่างแจ้ง พร้อม คำบรรยาย ญี่ปุ่น อังกฤษ จีนกลาง ตามลำโพงได้ยินชัดเจน ด้วยครับ

รถพาเราคดเคี้ยวขึ้นเขามาสักประมาณ 10 กม.ได้ครับ แล้วก็มาถึงลานกว้างใหญ่...

ลงจากรถมา สายลมกระหน่ำใส่ร่างจนแทบปลิว หนาวสั่นอย่างบอกไม่ถูก....

แล้ว ทะเลสาปอยู่ไหนล่ะ...มีด้วยหรือ ทะเลสาปบนยอดเขาอย่างนี้....

แล้วไหนน้ำตกล่ะ

ตรงทางแยกเป็นสะพานสวย มองลงไป เห็นสายน้ำสีงามจับตา....

ถามไถ่ผู้คน ได้ความว่า ทะเลสาปต้องไปทางซ้าย เราจึงมุ่งหน้าเดินฝ่ากระแสลมที่พัดพาไปช้าๆ ผ่าน โทริ ใหญ่ที่จังก้ากลางถนน ก็พอจะเห็นทะเลสาปไหวๆแล้วครับ....อือม์...ทะเลสาป บนภูเขา มีจริงๆด้วย

สองหนุ่มกำลังเต๊ะท่าถ่ายรูปกันอยู่ และขอให้ผมถ่ายภาพคู่ให้ คุณนายได้จังหวะ ก็เลยบอกว่า 1-2-3 จัมพ์..โอเค้....พร้อมทำท่ากระโดดให้ดู   ทั้งคู่ทำตาม แล้วก็มาดูจอหัวเราะชอบใจเป็นการใหญ่ โดยหารู้ไม่ว่า ตกหลุมพรางของเราเสียแล้ว...

ผลก็คือ ต้องถ่ายภาพ กิ้งกือยักษ์คู่ กระโดดหยองแหยง อย่างที่เห็น ไงล่ะครับ ....ฮ่า ฮ่า ฮ่า...

กว้างใหญ่ไพศาล สุดลูกหูลูกตาเสียด้วยครับ

สองหนุ่มยุ่น ชักต้องชะตาเรา ยื่นกล้องบอกให้ถ่าย ท่ากระโดด อีก.... ซึ่งสบายอยู่แร้นนนนน...... เพราะ...

.....หมูไปไก่มา นะพ่อหนุ่ม...เธอ 2 คน 2 แช๊ะ...ก็ต้องถ่าย อาเฮีย กะ อาเหล่าซิ่ม 4 แช๊ะ ถึงจะหายกัน ว่ามั้ย....อิอิอิ

แม้ ลมจะกระหน่ำรุนแรง แต่ทิวทัศน์ที่งามตาเบื้องหน้า ก็พาให้ สี่เท้า ก้าวเดินไปเรื่อยๆ อย่างมั่นคง และ หยุดเก็บภาพเป็นระยะๆ ไม่แพ้นักท่องเที่ยวคนอื่นๆครับ 

ภาพซ้ายล่าง...อ้า...เอ้อ...อื้อม์...เป็นห้องน้ำครับ

ฮ่า ฮ่า ฮ่า...เป็น คราวเคราะห์ ของ ครอบครัวกลุ่มใหญ่ ที่อยู่แถวนั้น หนุ่มน้อย สมาชิกคนหนึ่ง ก็เลย เสร็จ กระเหรี่ยงสยาม ต้อง กดแช๊ะๆๆๆๆๆๆๆ รัวเป็นแม็กกาซีนเลยครับ

เหนื่อยพอแล้ว..เราก็เดินย้อนกลับไปทางเดิม เพื่อไป เที่ยวน้ำตก กันครับ

อ้าว...ทำไมครอบครัวตะกี้ เดินหนีเราไปอย่างนั้นล่ะ...ฮ่วย..ไม่ต้องกลัว ไม่ถ่ายอีกแล้วครับ...ฮิฮิฮิ

ร้านค้าทุกร้านบนนี้ บานประตูด้านหน้าเป็นแบบ บานเลื่อน ทั้งนั้นครับ..... เพราะขืนใช้แบบ เปิดออก มีหวัง ลมตีกระจกแตก ทุกวัน.......ก็ขนาดบานเลื่อน ก็ยังต้องล็อกไว้ตลอด ลูกค้าเข้ามาเยี่ยมๆมองๆ ถึงจะเปิดให้ครับ

ร้านขนม และ ของที่ระลึก ร้านนี้ มีคุณป้าดูแลคนเดียว ซักถามได้ความว่า เดือนมีนาคม ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว แต่ เมษายนสิ ต้องมีพนักงานอย่างน้อยอีก 5 คน ครับ

ป้ายซ้ายล่างนั้น เขียนว่า สามีภรรยา และมีคำสอยเตือนใจต่อท้ายอีกซึ่งอ่านไม่ออกครับ...เข้าใจว่า ถ้าติดไว้ในบ้าน คง ขลัง ประมาณ ป้าย บ้านนี้อยู่แล้วรวย ที่ ฮิต ฮ็อต ของบ้านเรา....แต่ผมว่า จะให้เป็น สิริมงคล รักมั่นยืนยง จริงๆ ไม่ต้องใช้ป้ายนี้หรอกครับ....แค่ ธุ ภรรยาก่อนนอน เหมือนผม ก็สัมฤทธิ์ผลอยู่แร้นนนครับ

คุณป้าเคยเที่ยวเมืองไทยแล้ว ชมไม่ขาดปากเลยครับว่า... เมืองไทย วัดสวยมาก.... 

ว่าไป บรรยากาศกลางวันอย่างนี้ น่าเดินมากทีเดียว ครับ ...แต่ผมว่า ยามเย็น ท่าจะหนาวเหน็บแฮะ...

ร้านค้าส่วนใหญ่ ก็เป็นประเภทคล้ายๆกัน คือขายขนมห่อ ผักดองห่อ ตามแบบฉบับของร้านของฝากญี่ปุ่นครับ.......เสียดายอ่านชื่อร้านไม่ค่อยออก เลยไม่ทราบว่า มีการ บลั๊ฟฟ์ กัน เลียนแบบ กันแบบ แม่กิมไล้ แม่กิมลั้ง แม่กิมลุ้ย เหมือน ร้าน ขนมหม้อแกง แถวเพชรบุรี หรือเปล่าอ่ะครับ

เช่นเดียวกับข้างล่าง ที่จอดรถ และ สปา ออนเซ็น ก็ยังมีกลาดเกลื่อน บนนี้ครับ

เราแวะเพื่อซื้อ ขนม มานจู กล่องนึง..เห็นติดราคาว่า ชิ้นละ 80 เยน แต่ กล่องนึง 10 ชิ้น คุณลุงคนขายบอกว่า 850 เยน..

อ้าว...

ซักไซ้ไปครู่นึง ค่อย อ๋อ ว่า เป็นค่ากล่องอีก 50 เยน...ก็จึงบอกคุณลุงว่า ไม่เอากล่อง ครับ...แหะ แหะ แหะ

สำนวนเปรียบเปรย ที่เหมาะเหม็งที่สุด สำหรับ 2 ภาพนี้ คือ เหนือเขา ยัง มีเขา ครับ

ตามวัฒนธรรมของแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป ร้านค้า ร้านอาหาร ก็ย่อมมา รายรอบ รอรับทรัพย์ ณ จุดขายนี้ อยู่แล้วครับ

แล้ว น้ำตกต้องไปไกลแค่ไหนล่ะ...กี่กิโลเมตร....เดินไป หรือ นั่งรถไป...ต้องลงเขาเป็นทางยาวเหมือนที่อื่นๆหรือไม่หนอ

ว้าว...ขอหยิกแขนหน่อย...เหลือเชื่อจริงๆครับ...แค่ 170 เมตร...น้ำตก เคกอน เนี่ย

แค่เลาะๆริมรั้ว ก็ได้ยินเสียงน้ำสาดกระเซ็นแล้วครับ

แต่ดูเหมือนผู้คนจะจดจ่ออยู่กับ เจ้าจ๋อ นี้มากกว่าครับ

เห็นแล้วครับ..โอ้ววว์

ไปชื่นชม ในที่ที่เค้าจัดไว้ให้ ดีกว่านะครับ

สวยงาม ยิ่งใหญ่ พอประมาณครับ

ประทับใจพอประมาณ กับ การเที่ยวชม แหล่งยอดนิยม ในเขตตัวเมือง นิกโก้ ครบแล้ว ก็ได้เวลากลับลงไปข้างล่าง เพื่อ ท่องต่อในเขตรอบนอก ซึ่งเป็นเมืองใกล้เคียง อีกต่อไป ครับ

หากจะให้สรุปว่า นิกโก้ เป็นเมืองในฝันอย่างไร ก็ขอเรียนสั้นๆครับว่า ภาพที่นำมาเสนอ ก็คงมีศักยภาพในระดับหนึ่งเท่านั้น ครับ ....หากได้มาสัมผัสของจริง สรรพสิ่งที่พานพบ ไม่ว่า จะเป็น แหล่งท่องเที่ยว.. บรรยากาศ ...ผู้คน... ที่พัก.... ออนเซ็น.... และ บริการเนี้ยบ ที่ การท่องเที่ยว นิกโก้ จัดหามาเสนอสนอง จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทุกคน ที่แม้มีโอกาสมาเยือนอย่างเต็มที่เพียงวันเดียว เหมือนเช่นเรา แน่นอนครับ

นิกโก้ คือ นิปปอน....คำขวัญนี้ ไม่เกินเลยความจริงเลยครับ

กลับจาก น้ำตก เคกอน... เรายังมีเวลาเหลืออยู่มากทีเดียว  เพราะฉะนั้น ก็ได้จังหวะที่จะแวะไปเที่ยว เมืองเล็กๆ ซึ่งอยู่ห่างจาก นิกโก้ ไปเพียง 9 กม.ทางรถยนต์ (แต่ไกลกว่า หรือใกล้กว่า ทางรถไฟ ก็ไม่ทราบครับ) คือ เมือง อิเมชิ (แปลว่า ตลาดปัจจุบัน) ครับ

ชื่อ อิเมชิ ต้องตาเราตั้งแต่ช่วงนั่งรถมา นิกโก้ วันแรกแล้ว เพราะภาพวาด ต้นซีดาร์ เรียงเป็นทิวแถวยาว ขนาดนำมาเป็น โลโก้ ของเมือง (ดูในแผนที่ จะเห็น ซีดาร์ แอฟเวนิว)  อย่างนี้ น่าจะตื่นตา น่าสนใจไม่น้อยครับ 

มี เจอาร์ พาสส์ อยู่กับตัว ก็ต้องไปที่ สถานีรถไฟ เจอาร์ แหละครับ  สอบถามแป๊บเดียว เราก็ข้ามสะพานสูงมาอีก ชานชาลาหนึ่ง ซึ่งชั่วครู่ ขบวนรถก็นำเราไปย้ว สถานี เจอาร์ อิเมชิ ครับ

ออกจากสถานี ก็ได้ไอเดียแล้วครับว่า เป็นเมืองสงบเล็กๆเมืองหนึ่ง บรรยากาศน่าเดินเล่นจังวเลยครับ

เดินไปเรื่อยๆตามคำบอกทางที่สอบถามมา ผ่านบ้านเรือนสวยงาม ทางเท้าสะอาด...เพลิดเพลินยิ่งนักครับ

ไม่ว่า บ้านพักอาศัย.... ทางจักรยาน.... ร้านค้า ที่เขียนชื่อคำเดียว ที่แปลว่า ข้าว...และ ศาลพระภูมิ..ทุกอย่างเสมือนหนึ่งอยู่ใน ภาพวาด กลายๆครับ

แล้วก็เห็น หมู่ไม้ ซีดาร์ ที่เรียงเป็นแถวยาวสุดลูกหูลูกตา...ทว่า...เดินชมไม่ไหวหรอกครับ  เหมาะกับ การ นั่งรถ หรือ ขี่จักรยาน ทาน อาหารตา มากกว่าครับ

เราก็เลยขอเดินชมเมืองไปเรื่อยๆ ครับ

สอบถามหนุ่มๆหลายคนว่า มีร้านอินเตอร์เน็ตที่ไหนบ้าง ...แต่ความที่ตะโกนข้ามคูน้ำ ก็เลยฟังไม่ได้ศัพท์ เดาได้แค่จากท่าทางว่า ให้ไปข้างหน้าต่อไปไม่ไกล ครับ

แล้วก็เจอ ร้าน 100 เยน ของที่นี่เข้าพอดี ....ได้จังหวะเลยครับ เข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ดีกว่า...เพราะเรื่อง แชท เรื่อง อินเตอร์เน็ต น่าจะเป็นเรื่องถนัด ของสาวๆเหล่าพนักงาน นะครับ

แจ๊ดพ็อต พอดีครับ  แคชเชียร์สาว จัดการวาดแผนที่ พร้อมอธิบายอย่างละเอียด.. แต่ดูแล้วเห็นว่า ไม่ใกล้นัก.... ผมจึงประทานกราบเรียนคุณนาย ให้....ได้โปรดเสียสละ เดินช้อปในร้านนี้ ให้ผมไปตระเวณเอง เดี๋ยวมา...ครับ

แล้วก็ สะพายกล้อง ท่องเมือง ตามลำพังเลยครับ

บริการรถเช่า.....ร้านเบอร์เกอร์ ของญี่ปุ่น ยี่ห้อ มอส....โรงพยาบาล....

ร้าน ซึททาย่า ....ฟูจิแล็บ....และ ภัตตาคาร....

แม็คโดนัลดิ์.....ร้านให้เช่า วิดีโอ วีซีดี อีกเจ้า...และ ร้านจำหน่าย สุขภัณฑ์ ครับ

ซ้ายบน โฮม คอร์เนอร์...ขวาบน ขวาล่าง เป็น ร้านอัดรูป ที่ผมขอแวะเข้าไปถามทางให้แน่ชัด เพราะว่า...

.....ทำไมมันไกลอย่างนี้ ไม่มีทีท่าว่าจะถึงเสียที....ได้รับคำตอบว่า... อีกไม่ไกล อยู่ข้างห้าง จัสโก้ ข้ามสะพานลอยไปก่อน...

ภาพวิว ที่ชมจากสะพานข้ามถนน สวยงามดีครับ  แต่ไม่เห็นวี่แวว ของ ห้าง จัสโก้ เลยครับ

ถ้าไม่ได้ วิวอย่างนี้ มา เติมพลัง มีหวัง หมดแรง ข้าวห่อสาหร่าย แล้วครับ

กว่าจะมาถึง ห้าง จัสโก้ ได้ ก็แทบแย่ครับ.......เพราะที่นี่เป็นนอกเมืองชัดๆ มองไม่เห็น รถประจำทาง หรือ รถรับจ้าง อะไร เลย แม้แต่คันเดียว

เคราะห์ร้ายยิ่งกว่า.... ถามไถ่พนักงานที่ จัสโก้ ดู ก็ปรากฏว่า ต้องเลยไปอีก ....แถมข้อมูลก็ไม่ชัด คือหลงเข้าไปใน ร้าน จำหน่ายสินค้าไอที ซึ่งสาวๆน่ารักก็บอก ให้ไปอีกที่ ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม...แต่มองไปก็เวิ้งว้าง.....เวรกรรม

ผมจึงขอให้เธอๆช่วยเขียน ชื่อร้าน เป็น ภาษาญี่ปุ่น ให้...เพราะฟังชื่อไม่ชัดเลยครับ

กระทั่งมาถึง ศูนย์การค้า ยื่นชื่อในกระดาษ ถาม แม่ค้าลูกชิ้นปิ้ง หน้าห้าง...ค่อยถึงบางอ้อว่า เดินเลยมาแล้ว ต้องย้อนกลับไป...แล้วก็เห็น อาคาร สแตนด์อะโลน เป็น ร้านเกม แบบ แฟรนไช้ส์ ชื่อ คอมิค บัสเตอร์ อ่ะครับ...เฮ่อ

ก่อนอื่นก็ต้อง สมัครเป็นสมาชิก ก่อน 280 เยน แล้วถึงรับบัตรไปใช้ในซองต่างๆ ที่ซอยเป็นอาณาจักรส่วนตัว....... แต่เครื่องก็ช้าตามฟอร์มครับ  ลองแล้วลองอีกก็ไม่ได้เรื่อง สุดท้ายก็จ่ายไป 420 เยน .......ฟลาว เหนื่อยเปล่า แท้ๆ ครับ

ภาพขวาล่าง เป็นร้านอะไรไม่ทราบครับ ที่สีสันแสบตาดีครับ

กลับมาที่ ร้าน เบเซีย ช่วยคุณนาย (ซึ่งกระดี๊กระด๊ากับราคาสินค้ายิ่งนัก) ช้อปเป็นการใหญ่...ได้ข้าวของมา 2 ถุงเบ้อเริ่ม (เบียร์ อาซาฮี 4 กระป๋องใหญ่...ขนมปัง...แยม...ถั่วทอด...มาม่า...ขนมมานจู...หมึกฝอย...เครื่องดื่ม...เบ็ดเสร็จ 3,542 เยน) เดินหิ้วตัวเอียงมาที่สถานี นั่งรถกลับมาที่นิกโก้ แล้ว...

....คืนนั้น สองศรี ก็เมาแอ๋ หลับเป็นตายไปตามระเบียบ ครับ

วันที่ 31 มีนาคม วันที่ 22 ที่เราอยู่ ญึ่ปุ่น

วันนี้เราจะไปเที่ยว เซนได กันครับ..... ไปแบบไม่มีแม้แต่ ข้อมูลคร่าวๆ  นอกจาก......

....จำได้ว่า เมื่อปีที่แล้ว มี งานท่องเที่ยว ที่ บีอีซี ฮอลล์ เห็น บูธ ญี่ปุ่น โปรโมท เมือง เซนได เป็นการเฉพาะ ก็จึงคิดว่า เมืองนี้น่าจะมีอะไรน่าสนใจอย่างแน่นอน ก็จึงหวังพึ่ง ดาบหน้า เป็นหลักครับ

 

ส่วนข้อมูลข้างบนนี้ เพิ่งมาเสิร์ชหา เมือง เซนได (แปลว่า ลานเทพยดา) เอาเมื่อจะเขียน ทริปสตอรี่ นี่แหละครับ แหะ แหะ

เรื่องการเดินทางไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ จาก นิกโก้ ไป อุทสุโนมิย่า...จาก อุทสุโนมิย่า ไปเซนได..รวมเวลาแค่ 2 ชั่วโมง นิดๆ เท่านั้นเองครับ

เราออกเดินทางตั้งแต่ รถบัสเที่ยว 6.55 โมงเช้า เลยครับ

ป้ายรถ อยู่ หน้าโรงแรม พอดี ครับ ส่วนฝั่งตรงข้าม ที่เป็นอาคารไม้หลังใหญ่ ก็ ร้านขายของฝากนักท่องเที่ยว  และ ถ้าเลยไปหน่อย ก็เป็น สะพานแดง แล้วครับ

ขึ้นรถไป อุสุโนมิย่า (แปลว่า เมืองอาราม) เก้าอี้ตรงข้ามมีเด็กสาวน่ารัก 2 คน เลยทักทายไปว่า เป็น ทวิน หรือเปล่า  ปรากฏว่าตอบเป็นภาษาอังกฤษว่า ไม่ใช่ แล้วก็หัวเราะคิกคัก หันไปบอกคุณแม่เป็น ภาษาจีนกลาง จ๋อยๆ...ก็เข้าล็อคผมเลยนะสิครับ ได้พูดคุยกันตลอดทางเลย

ครอบครัวนี้ ย้ายมาอยู่ที่ญี่ปุ่น 10 กว่าปีแล้วครับ โดยคุณพ่อ เป็นกุ๊กภัตตาคารจีน อยู่ที่นี่..เห็นทั้งคู่หน้าตาอ่อนอย่างนี้ อายุ 25-24 แล้วนะครับ...คุยกันสนุกปากมาก เพราะทั้ง 3 เรา คิดตรงกันคือ ผมรำคาญ คุณแม่เธอ ที่มาเป็น กขค. ส่วนเธอทั้งสองก็คงเบื่อหน่าย คนข้างๆผม ที่มา เกะกะ ทำไมก็ไม่ทราบ ...แหะ แหะ

แล้วก็มาถึง สถานี อุสุโนมิย่า  ยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะต่อรถไป เซ็นได ครับ

เห็นรถ ชินกันเซ็น แปลกดี ที่ คีส กัน  เข้าใจว่า ถ้าแรงลากไม่พอก็มีรายการใช้หัวจักรอีกคัน มาดัน อ่ะครับ

ประมาณ 90 นาที เราก็ถึง สถานี เซนได ครับ

ตามฟอร์ม เรามุ่งไปที่ ทีไอซี ก่อนครับ เมื่อได้ข้อมูลมาพร้อมสรรพ์แล้ว เราก็ถามคุณสาวๆว่า แถวนี้มีอินเตอร์เน็ต ที่ไหนบ้าง  ซึ่งเธอก็ชี้บอกว่า ข้างๆออฟฟิซ นี่เอง

อือม์...เจ๋งมากครับ...มีภาษาไทยด้วยครับ...แสดงว่าตรงตามที่คุณเธอประชาสัมพันธ์โดยอ้างอิงว่า นักท่องเที่ยวไทยมาที่นี่เยอะมาก

อนิจจา..... คุณพี่ 2 คนนี้ ดูเหมือนจะไม่ยอมเลิกง่ายๆ...

... งั้นเราไม่รอละครับ.... เพราะผมจดข้อหความมาจาก โลกเหงา แล้วว่า พอจะหาอินเตอร์เน็ตได้ที่ไหนบ้าง

ผมกลับเข้าไปถามที่ ทีไอซี อีกครั้งหนึ่งว่า ป้อบอายส์ มีเดีย คาเฟ่ อยู่ไหน ซึ่งคุณสาวๆก็กรุณาวาดแผนที่ให้เป็นอย่างดี พร้อมชี้บอกทางไปว่า ไม่ไกลมาก ครับ

ทำไมถึงไม่เลือกอีก 3 แห่ง นะหรือครับ...ธรรมดาอยู่แล้วครับ...ของฟรีไม่ดี ของดีไม่ฟรี ขอแบบเสียตังดีกว่าครับ แม้จะ ชั่วโมงละ 150 บาท ก็ตามครับ

จาก ทีไอซี เราได้ โปสการ์ด เซนได มา 1 ชุด และ แผนที่เมือง เซนได และ.....

ตารางเดินรถ ไป มัตสึชิม่า ด้วยครับ

แหะ แหะ ไม่ต้องสงสัยครับว่า มาเที่ยว เซนได ไหงเตรียมตัวไป มัตสึชิม่า เสียงั้น

ก็เพราะ คำถามประจำตัว ที่ผมถามตามประเพณีไงล่ะครับ  คำถามที่ว่า เรามีเวลา 1 วัน จะไปเที่ยวที่ไหนใน เซนได ดี

แล้วคำตอบที่ได้รับ ก็คือ เซนได เป็น คอมเมอร์เชียว ซิตี เมืองธุรกิจ ไม่ค่อยน่าสนใจนักหรอกค่ะ  ไปเที่ยว มัตสึชิมา เบย์ ดีกว่า  ถ้าเวลาเหลือค่อยมาเก็บ เซนได ทีหลังนะคะ...เอ้อ..ที่สำคัญอีกอย่าง คุณอาจไม่ทราบว่า นักท่องเที่ยวไทย ไปเที่ยว มัตสึชิม่าเยอะแค่ไหน ไม่ไปเชยแย่เลยค่ะ...

เรื่องของเรื่องก็เป็นอย่างนี้แหละครับ..... จ้าวนายยยยย...

เราไปหา อินเตอร์เน็ต กันก่อนนะครับ

ออกจากสถานีมา ก็เห็นสภาพเมืองที่เจริญทางเศรษฐกิจ ที่ไม่ต่างจาก โกเบ... โยโกฮาม่า หรือ โอซาก้า ครับ

เราไปตามทางในแผนที่.... แต่เพื่อความรวดเร็ว ประหยัดเวลา ขออาศัยเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนนี้ก่อนครับ

ผมยื่นแผนที่ให้เค้าดู ซึ่งเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ เจ้าหน้าที่ ทีไอซี เขียนให้  พ่อหนุ่มดูแล้ว ก็ชี้โบ้ยชี้บ้ายบอกทาง แต่ผมจูงแขนเค้า แล้วพยักพเยิดให้ พาไปหน่อย ซึ่งเค้าก็ยินดีครับ

ผมถาม หนุ่มน้อย ว่า จะไปทำงานหรือ เค้าบอกว่า ยังไม่ได้ทำงาน เป็นนิสิตอยู่ ผมถามต่อว่า เรียนอะไร เค้าบอกว่า เศรษฐศาสตร์ ผมบอกว่า ฮั่นแน่ ต่อไปคงรวยน่าดูนะ เค้ายิ้ม ผมถาม  แล้วนี่จะไปไหน เค้าบอกว่า จะไปตัดผม ผมถามว่า ค่าตัดเท่าไหร่ เค้าบอกว่า แค่ 1500 เยน ผมร้อง โอ้โฮ แล้วบอกว่า เมืองไทย แค่ 200 เยนเอ้ง..... 

เราเดินหา ธนาคารเซนได ตามที่สาวๆแห่ง ทีไอซี บอกมา แต่ไม่เจอเลย  ในที่สุดก็ถามชาวบ้านร้านค้าแถวนั้น ค่อยทราบว่า ไม่ได้เป็นอาคาร สแตนด์อะโลน ซะหน่อย เป็นห้องหนึ่งในห้องแถว เมือง ธนาคารสาขาย่อย ในบ้านเรา นั่นแหละครับ

ซ้ายมือติดกับ ธนาคาร เป็นทางเดินขึ้นไปเล็กๆ ก็นั่นแหละครับ ป้อบอายส์ มีเดีย คาเฟ่ เค้าล่ะครับ

ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็หายากเหมือนกันนะครับ

โอ่โถง หรูหรา ทันสมัย เชียวครับ

ผมจัดการ ถ่ายข้อมูล จาก แฟลชไดร้ว์ มา โพสต์กระทู้ ตามลิงค์ข้างล่างนี้ครับ

http://www.trekkingthai.com/board/show.php?Category=trekking&forum=2&No=86429&picfolder=trekking&#top

(...อือม์ เผลอแป๊บเดียว ผ่านไปเกือบ 4 เดือนเข้าให้แล้ว แต่ผมยังเขียนไม่จบเลย เฮ่อ... )

.

ใช้เวลาพอสมควร เพราะตอนแรกหา ไฟล์ จาก แฟลชไดร้ว์ ไม่เจอเลย ต้องให้น้องที่นั่งข้างๆช่วย..เสร็จสรรพ จ่ายไป 460 เยน ในขณะที่ คุณนาย ขอเดินช้อปแถวนั้นครับ

.

.

.

เราไปเที่ยวต่อ ตอน 28 ตามลิงค์ข้างล่างนี้นะครับ

JAPAN TRIP STORY 278 -ญี่ปุ่น ตอนที่ 28 - เที่ยว มัตสึชิม่า ที่ ถ้าไม่ไป อาย ทัวร์ไทย แย่เลยครับ




 
หน้าหลักบทความ (Article)>>


view(7899)