หน้าแรก Home Guest Book ทักทายเรา คู่มือเที่ยวเอง อย่างง่ายๆ เว็บบอร์ด Webboard เที่ยวไทย Local Trips เที่ยวเทศ Oversea Trips ท่องทะเล Sea Trips เรื่องน่ารู้ Knowledge คนบ้าหนัง คลิป วิดีโอ ถาม-ตอบ FAQ
ศูนย์รวมตั๋วโปรโมชั่น


บทความ (Article)

เตรียมตัวก่อนเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น

 

 

หมายเหตุ : บทความตอนนี้ ผมเขียนก่อนเดินทางไปญี่ปุ่น นะครับ

สวัสดีครับ   

ไม่เคยคิดจริงๆครับ ว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่น .....เพราะแม้จะไม่ค่อย หรือแทบจะไม่เคย คลิกดูกระทู้ ญี่ปุ่น เลย ก็พอทราบครับว่า แพงเหลือเกิน แพงอย่างชนิดที่ว่า จะไปทำไม เมื่อยังมีที่น่าไปในราคาที่ถูกกว่าหลายเท่าให้ไปอีกแยะ

เพราะฉะนั้น เมื่อมีเวลาว่างที่พอจะออกทริปได้ ในช่วง 15 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมก็จึงจัดการจอง ตั๋ว ไปกลับ กทม-โกลกัตต้า-กทม. 14 วัน ไว้แต่ต้น เพื่อลัดเลาะไปทางนั้นแบบ อินเดียรอบสอง และฝันเห็น สิกขิม ตั้งหลายคืน...

แต่แล้ว คุณนายซึ่งออกงานเดือนเศษติดต่อกัน ก็บ่นร่ำคร่ำครวญว่า ท่าจะไม่ไหว อย่าเพิ่งไปเลยน้า เหนื่อยมากเลย เอาไว้เดือนมีนาฯดีกว่าน้า  ให้ไป 20 กว่าวันเลยเอ้า...ผมก็จึงอดทนกล้ำกลืน ร้องในใจว่า ให้มันจริงเถิดว้า...และเริ่มสอดส่ายสายตา เล็งหาความรู้เรื่อง ญี่ปุ๊น ญึ่ปุ่น ทันทีครับ

(แบบว่า ไปหรือไม่ไป เอาไว้ทีหลัง หาข้อมูลเซิร์ฟๆก่อนละกัน แบบเดียวกับ ทริปเกาหลี ที่ผมหาข้อมูลตั้งแต่ก่อนไป เนปาล และกว่าจะได้ไปจริงๆ ก็ 6 เดือนหลังจากนั้นครับ)

มีต้นทุนเวลา 25 วันอยู่ในมือ.... แต่เรื่องงบประมาณยังไม่อาจหาญคิดเลยครับ...ไม่กล้าคิดครับ กลัวจะหัวใจวายตายซะก่อนอ่ะครับ.... 

1. แหล่งข้อมูล ก่อนการเดินทางท่องเที่ยว ญี่ปุ่น

เช่นเดียวกับ เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย มาเก๊า ฮ่องกง....เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วครับ ที่ ญี่ปุ่นจะยอมน้อยหน้าในเรื่องนี้ สืบค้นข้อมูลแป๊บเดียว ก็ได้ ที่อยู่ ของ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว แห่งประเทศญี่ปุ่น ตามภาพข้างบน ครับ

ส่วน เว็บไซต์ ที่เค้าแนะนำไว้ ก็ที่ http://www.jnto.go.jp ครับ

อาคาร รามาแลนด์ อยู่ตรงข้ามกับ โรงพยาบาล จุฬาฯ ค่อนไปทาง  สภากาชาดไทย ครับ.....ใช่ครับ ที่ตรงหัว ถนนสีลม นั่นเอง ซึ่งสะดวกที่สุดก็คือ ไปด้วย รถใต้ดิน สถานีสีลม หรือ บีทีเอส สถานี ศาลาแดง ครับ

เอา ห้างโรบินสัน ตรงหัวมุม เป็นจุดเริ่มต้น... เดินเลียบไปตามทาง พอพ้นบริเวณของห้าง ก็เจออาคารสูงนี้แล้วครับ.... ปากทางเข้า มี ช้างตัวเบ้อเริ่ม 2 เชือก เห็นป้าย โรงแรม แพนแปซิฟิค ชัดเจนครับ

เข้าไปตรงทางเข้า อาคาร รามาแลนด์ ขึ้นลิฟต์ตรงข้าง ร้านดอกไม้ ไปชั้น 19

ออกจากลิฟต์แล้ว เลี้ยวซ้ายตรง บริษัท Thai Kajima เดินตรงไปถึงทางแยก แล้วเลี้ยวขวา 1 ครั้ง และเลี้ยวซ้ายเข้าไป ตรงที่เห็นป้าย Japan National Tourist Organization บอกชัดเจน ครับ

ถึงแล้วครับ ผลักประตูเข้าไป เจอป้ายข้างฝา แจแปน และ ต้นซากุระ (เห็นซากุระแล้วครับ คุณน้องตี๋คับ) แล้วเราก็ได้รับความรู้สึก อบอุ่นเป็นกันเองอย่างที่สุด ทันทีครับ....... เพราะโถงด้านหน้า ขนาด 2.5 คูณ 3 เมตร นั้น ให้สิทธิเราเป็นเจ้าข้าวของ อย่างอิสระ สุดๆ ครับ (เพราะจะไม่มีใครมาสนใจเราเลยครับ ตรงเคาน์เตอร์ ก็ไม่มีคนประจำ มองเข้าไปข้างใน ก็เห็นคนทำงาน ซึ่งไม่สนใจเราอีกเช่นกันครับ) เพราะฉะนั้น เอกสารที่วางไว้บนโต๊ะ เชิญเลือกหยิบตามสบายครับ  

พอดี มีเจ้าหน้าเดินออกมาธุระ ผมเลยถามว่า ไม่มีคู่มือแบบเล่มเดียวครอบคลุมทุกเรื่อง อย่างของ เกาหลี หรือครับ...เธอยิ้มตอบว่า..ของเค้ามีแค่เล่มเดียว ของเรามีเยอะกว่าค่ะ...อ้าว บลั๊ฟฟ์กันซะงั้น

เนื่องจากผมไป 2 ครั้ง ครั้งหลัง ตั้งใจจะหยิบเอกสารบางอย่างมาไว้อีกชุดนึง (เพื่อเก็บไว้ที่บ้าน ส่วนชุดที่ติดตัวไป ก็จะได้ทิ้งไว้ที่ญี่ปุ่นเลย เพื่อไม่ให้หนักกระเป๋า) ปรากฏว่าไม่เห็นวางไว้ และไม่มีเอกสารใหม่ๆเลย ผมจึงก้มตัวไปสอบถามที่หน้าต่างเคาน์เตอร์ และมีเจ้าหน้าที่มาเปิด ห้องสต็อก หยิบให้ ครับ

แหะ แหะ เผยความลับอย่างนี้ มีหรือที่ ตาสำส่อน อย่างผมจะไม่เหลือบไปเห็น เอกสารอีกจำนวนมาก ที่ไม่มีวางข้างนอก และ ผ่านตามาก่อนเลย ในนั้นเข้า ก็เลยขออนุญาตให้เธอช่วยหยิบมาให้ทีละเล่มละเล ่มจนพอใจเลยครับ  

เพราะฉะนั้น เพื่อนๆที่จะไปหาข้อมูล กรุณามีไอเดียคร่าวๆก่อน ก็จะเป็นการดีครับว่า ต้องการเล่มไหน เกี่ยวกับเมืองไหน อย่างไรบ้าง ถ้าไม่เห็นที่ชั้น ที่โต๊ะ ในโถง ก็ขอให้เจ้าหน้าที่หยิบจาก ห้องสต๊อค ให้ได้เลยครับ 

ภาพขวาล่าง คือเล่มที่พลาดไม่ได้ครับ คู่มือ ประเทศญี่ปุ่น Yokoso Japan Handbook อ่านง่ายได้เนื้อหาเพียบครับ กระทัดรัดเหมาะมือเหมาะแก่การติดตัวด้วยครับ   

นอกจากเล่ม ประเทศญึ่ปุ่น แล้ว ยังมีอีก 2 เล่ม ที่เยี่ยมมากครับ ถึงจะไม่ละเอียดเท่า ของ เกาหลี หรือ แม้แต่ สิงคโปร์ แต่ก็เป็นประโยชน์ เป็นคู่มือที่ดีมากๆครับ

เล่มซ้าย ภาษาไทย เหมาะมือมาก และมีรายละเอียดเกี่ยวกับเมืองต่างๆเพียบครับ

ส่วนเล่มขวา เป็นภาษาอังกฤษ ที่คล้ายๆแต่ไม่เหมือนกับเล่ม ประเทศญี่ปุ่น เสียทีเดียวครับ 

เดี๋ยวค่อยเจาะสแกนรายละเอียดมาให้ชมนะครับ

เล่มนี้สิครับ สุดยอดจริงๆครับ ถือติดตัวไปไหนมาไหนในญึ่ปุ่น แล้วสบายบรื๋อ ไม่ต้องซื้อ ดิก ไทย-ญี่ปุ่น ไปให้เปลืองสตางค์ครับ

อยากสื่อความเรื่องอะไร ก็ อ่าน ภาษาอังกฤษซ้ายมือ แล้ว ชี้ บรรทัดเดียวกัน ที่เป็น ภาษาญี่ปุ่น ด้านขวามือ ก็เรียบร้อย โรงเรียน อิกคิวซัง ครับ

เนื้อหา สาระ ครอบคลุม ส่วนที่จำเป็นต่อการเดินทาง มากแบบใช้ได้เลยล่ะครับ

ดูสิครับ แม้กระทั่งในยาม เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิด ก็มีไว้พร้อมเพื่อให้ความอุ่นใจครับ

ทุกประเทศ น่ามีคู่มืออย่างเล่มนี้จริงๆครับ ขอปรบมือให้คนต้นคิดสุดๆดังๆครับผม   

4 ฉบับนี้ ก็เป็นข้อมูลทั่วๆไป ที่หาได้ง่ายที่ญี่ปุ่นแน่ แต่หยิบมาไว้ศึกษาคร่าวๆตอนนี้ ก็ไม่เสียหลาย ครับ

ฉบับขวามือ สำคัญมากครับ เรื่องราวของ แจแปน เรล พาสส์ เพราะเป็นตัวช่วยให้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ถูกลง (หรือ อาจจะใช้ไม่คุ้ม ก็ยังไม่ทราบครับ ยังมีเวลาคำนวณครับ)

เรื่องที่พัก หัวใจสำคัญของงบประมาณเลยครับ ไหนลองศึกษาจากแผ่นพับ โรงเตี้ยมญี่ปุ่น นี้ก่อน ก็ไม่เลวนะครับ

อือม์....จะเข้าเมืองยังไง จากสนามบิน ไม่ทราบว่า บริการ แอร์พอร์ต ลีมูซีน อย่างนี้ ที่เหมือนกับเกาหลีนั้น จะเหมาะไหม (แต่ดูคร่าวๆแล้ว น่าจะเลือกทางอื่นที่น่าจะถูกกว่าครับ)

ณ เบื้องต้น เอาแค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจบเรื่องสำคัญอื่นๆแล้ว ค่อยมาว่า เรื่องเอกสารข้อมูลฟรีๆทั้งหลาย ต่อทีหลังนะครับ

2. จะหาตั๋วที่ไหน ได้ราคาถูก บริการเยี่ยม

แหงอยู่แล้วครับ ที่หมายเจ้าประจำมีอยู่แร้นนนน..เคเอ็มที โทร. 02-6426865 หรือ http://www.kmt.co.th แน่นอนอยู่แร้นนน...

แต่...เที่ยวนี้สบายใจหายห่วงยิ่งกว่านั้นอีก หมดความกังวลไปอย่างสิ้นเชิง เพราะ ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ฝันมีโอกาสเป็นจริง ได้ไปญึ่ปุ่นแบบไม่คาดฝันนี้ อย่างราบรื่นเกินคาด มาจากเพื่อนผู้มีน้ำใจ จาก เคเอ็มที นี้เองครับ

ผมคิดว่าเราโชคดีเหลือเกินครับ ที่ได้มีโอกาสรู้จักกับ เคเอ็มที เมื่อครั้งหาตั๋วไปเกาหลี ปีที่แล้ว และเมื่อกลับมาเขียนแนะนำในกระทู้ทริปสตอรี่ให้เพื่อนๆไปใช้บริ การดูบ้าง ทุกคนก็ประทับใจล้นพ้นทั้งนั้น ทำให้ อยู่ดีๆได้หน้าไม่รู้ตัว ครับ แต่..

เท่านั้นยังไม่พอครับ เหมือนฟ้าประทาน ที่จู่ๆ คุณอมรเทพ ผู้มีอัธยาสัยดีเยี่ยม จาก เคเอ็มที ก็โทร.มาสอบถามว่า ทำไมเงียบไปหลายเดือน ไม่ไปไหนหรือครับ? อยากไปไหนหรือเปล่า? ผมพร้อมจะหาตั๋วราคาพิเศษให้ครับ...

ผมได้จังหวะก็เลย ถามเรื่อง ญี่ปุ่น ทันที ...ซึ่งก็ได้รับคำตอบทันใจจริงใจครับว่า...ได้เลยครับ เดี๋ยวผมเช็คดูให้เดี๋ยวนี้ ....แล้วแป๊บเดียวก็ได้ตั๋ว เดินทางวันที่ 10 มีนาฯ กลับ 4 เมษาฯ เรียบร้อย ในราคาที่บอกแล้วไม่อยากเชื่อหูตัวเองครับ...... ขอถือโอกาสนี้ ขอบพระคุณ คุณอมรเทพ และ เคเอ็มที เป็นอย่างสูง มา ณ ที่นี่ด้วยครับ... .เกรงใจจริงๆครับ ไม่สบายใจเลยครับ คุณอมรเทพ ที่รบกวน...ว่าแต่..เอ้อ...เดือน พฤษภา-มิถุนาฯ ขอแบบนี้ อีกสักทริป 2 ทริปนะครับ แหะ แหะ 

เรื่องคำชม จากเพื่อนๆถึง ที่พึ่งในเรื่องตั๋ว ขาประจำของเรา คือ เคเอ็มที 02-6426865 นี้ ไม่ต้องพูดถึงแล้วครับ เพราะมีมาบ่อยมาก ....ผมก็เลยฉวยโอกาสไป ถ่ายทำ เมื่อตอนไปรับตั๋วญี่ปุ่น อีกรอบ และก็ประทับใจครับ เมื่อพบว่า การให้ข้อมูล ความสุภาพ อ่อนน้อม เอาใจลูกค้า และ ตั๋วราคาถูกกว่าที่อื่น ก็ยังคงเป็น มาตรฐานที่ เคเอ็มที ยึดถืออย่างมั่นคง  เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการเพิ่มจุดให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าสะดวกยิ่งขึ้นด้วยครับ

นี่คือ บรรยากาศของ สำนักงานใหญ่ ที่ชั้น 16 ซอยเลิศปัญญา ถนนรางน้ำ...ที่เราจะปลื้มกับ  ทีมงานที่ทำงานด้วยความสุขยิ่ง ครับ ภาพล่างคือ คุณอมรเทพ และ คุณบอย ครับ

คุณหมี และ คุณ ณู ครับ

ส่วน สำนักงานสาขา อยู่ชั้นใต้ดิน ตึกเซ็นจูรี่ ตรงหัวมุม ถนนรางน้ำ ด้านพระราม 6 ครับ

ที่นี่ มี คุณดวงใจ คอยต้อนรับให้บริการ ครับ

เป็นไงครับ ชื่นใจไปด้วยไหมครับ ขอปรบมือดังๆให้กับ เคเอ็มที มา ณ ที่นี่ด้วย ขอให้กิจการรุดหน้า เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปนะครับ

3. ว่าด้วยเรื่อง การเตรียมตัว และการขอวีซ่า

ใช่ครับ ไปญึ่ปุ่น ต้องมีวีซ่า ครับ ซึ่งแม้จะได้รับรู้รับฟังมานักต่อนักว่า โหดเหลือเกิน แต่ผมคิดว่า ก็ยังดีกว่า เกาหลี ที่ไม่ต้องวีซ่า แต่ไปเสี่ยงตายเอาดาบหน้า นะครับ.... เพราะอยู่บ้านเรา ได้หรือไม่ได้ ให้รู้กันก่อนไปเลย ย่อมสบายใจกว่าหลายร้อยเท่า จริงไหมครับ

ขั้นตอนต่างๆเกี่ยวกับการขอวีซ่า ก็มีพร้อมและละเอียดมากทีเดียว ในเว็บไซต์ของ สถานฑูตญี่ปุ่น ในลิงค์  http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visaindex.htm นี้ครับ ให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน ตอบข้อกังขาได้อย่างพร้อมสรรพ.... แต่จะทำอย่างไรให้ทุกอย่างราบรื่น คงทำให้อกสั่นขวัญแขวนไปพอสมควรสำหรับคนที่ไม่เคยไป นะครับ

ลองอ่านดูรายละเอียดต่างๆต่อไปนี้ดูนะครับ

.

.

ข้อควรระวังในการยื่นขอวีซ่า

  1. การยื่นคำร้องและการคืนหนังสือเดินทาง
          สำหรับวันและเวลาในการคืนหนังสือเดินทาง(การฟังผลวีซ่า) สถานทูตจะให้ใบนัดฟังผลในวันที่ยื่นคำร้อง กรุณาตรวจยืนยันวันที่คืนหนังสือเดินทางตามที่ระบุไว้ในใบนัดฟั งผล โดยที่สถานทูตจะคืนหนังสือเดินทางให้ใช้เวลาเร็วที่สุดคือ อีกสองวันทำการถัดไปนับจากวันที่ยื่นคำร้องในเวลา 13.30-16.00 น. ในกรณีที่ได้รับการอนุมัติ วีซ่าจะติดในหนังสือเดินทาง

          สำหรับผู้ยื่นที่ทางเจ้าหน้าที่คิดว่าอาจใช้เวลาพิจารณามากกว่า สองวันทำการถัดไป เช่น ผู้ที่เดินทางไปญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก หรือตามวัตถุประสงค์ในการเดินทางหรือแล้วแต่สถานการณ์ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งในบางกรณีอาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติม, การสัมภาษณ์ผู้ยื่นขอวีซ่า หรือมีความจำเป็นต้องตรวจสอบไปยังกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ทางสถานทูตจะให้ใบนัดฟังผลและระบุว่าให้รอ[ทางสถานทูตจะติดต่อทางโทรศัพท์ให้มาฟังผลในภายหลัง] ซึ่งกรณีเช่นนี้อาจจะไม่สามารถพิจารณาวีซ่าได้ทันตามกำหนดการเด ินทางที่ต้องการ ฉะนั้นกรุณายื่นขอวีซ่าล่วงหน้าหลายๆวันก่อนการเดินทาง กรณีที่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากสถานทูตญี่ปุ่น หลังจากที่ยื่นวีซ่าไปแล้วเป็นเวลามากกว่า1สัปดาห์ ผู้ยื่นสามารถโทรศัพท์สอบถามได้โดยให้แจ้งหมายเลขใบนัดฟังผล(ตั วอักษรภาษาอังกฤษกับตัวเลข 5 หลัก) และหมายเลขบาร์โค้ด(ตัวเลข 8 หลัก) อนึ่ง กรุณารับทราบด้วยว่าการพิจารณาออกวีซ่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยสอง วันทำการ จึงไม่สามารถออกวีซ่าให้ได้เร็วกว่านี้ตามคำร้องขอเป็นกรณีพิเศ ษ

          ในการยื่นคำร้องกรุณาระวังเรื่องเวลาและเคาน์เตอร์ที่รับคำร้อง ขอวีซ่าซึ่งจะแยกประเภทตามความต้องการของการยื่นวีซ่า

  2. หนังสือเดินทาง
    (1) ต้องมีอายุใช้งานเหลืออย่างน้อย 6 เดือนในวันยื่นขอวีซ่าและมีหน้าว่างที่ไม่มี ตราประทับมากกว่า 2 หน้าขึ้นไป
    (2) สำหรับผู้ที่เคยมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาแสดงด้วย
  3. ใบคำร้องขอวีซ่า
    (1) ใช้แบบฟอร์มของสถานทูตญี่ปุ่น หรือดาวน์โหลดได้จากที่นี่
    (2) กรุณากรอกข้อความแต่ละบรรทัดในใบคำร้องเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาญ ี่ปุ่น ให้ครบถ้วน หากกรอกข้อความไม่สมบูรณ์จะทำให้ไม่สามารถพิจารณาออกวีซ่าได้ กรุณารับทราบด้วยว่าถ้าข้อความที่กรอกไว้ไม่เป็นความจริง ทางสถานทูตจะปฏิเสธการออกวีซ่า
  4. รูปถ่ายที่ติดในใบคำร้อง
          กรุณาเตรียมรูปถ่าย 1 รูป ที่มีขนาด 2 x 2 นิ้ว สีหรือขาวดำ ที่มีพื้นหลังเป็น สีอ่อน ไม่มีลวดลาย ไม่มีการแต่งภาพถ่าย จะต้องเป็นรูปถ่ายที่ชัดเจนและถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน โดยใช้กาวทาและติดรูปที่ใบคำร้องให้เรียบร้อย

          หากรูปถ่ายไม่ได้มาตรฐานจะไม่สามารถรับคำร้องได้

  5. เอกสารที่ใช้ประกอบ
    (1) กรุณาระวังเกี่ยวกับเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่าซึ่ งจะแตกต่าง กันไปขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการเดินทาง ถ้าเอกสารไม่ครบจะทำให้ไม่สามารถรับยื่นคำร้องได้และถึงแม้ว่าเ อกสารที่ยื่นไว้จะครบสมบูรณ์ก็ตามไม่ได้ หมายความว่าทางสถานทูตจะพิจารณาออกวีซ่าให้เสมอไป
    (2) กรุณาเรียงลำดับเอกสารตามระเบียบการขอวีซ่าขณะยื่นคำร้อง
    (3) หากยื่นเอกสารปลอมหรือเท็จ ทางสถานทูต จะปฏิเสธการพิจารณาออกวีซ่า และถึงแม้ว่าเอกสารที่ยื่นไว้จะครบสมบูรณ์ก็ตามไม่ได้หมายความว ่าจะได้รับการออกวีซ่าเสมอไป
    (4) โดยหลักการ เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคำร้องจะไม่คืนให้กับผู้ยื่น หากมี เอกสารใดๆก็ตามที่ต้องการขอคืนกรุณาแนบสำเนาและแจ้งให้กับเจ้าห น้าที่ที่เคาน์เตอร์ขณะยื่นคำร้องทราบด้วย
  6. อื่นๆ
    (1) สำหรับผู้ที่มีวัตถุประสงค์ในการเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อการพำนัก อาศัยมากกว่า 90 วัน,การไปทำงานประเภทต่างๆ,ฝึกงานภาคปฏิบัติ,ศึกษาต่อมากกว่า3เ ดือน กรุณายื่นวีซ่าหลังจากได้รับ“ใบสถานภาพการพำนัก”จากกองตรวจคนเข ้าเมือง กระทรวงยุติธรรม ประเทศญี่ปุ่นแล้วเท่านั้น

    ขั้นตอนในการดำเนินการขอใบสถานภาพการพำนัก กรุณาติดต่อสอบถาม โดยตรงที่ กองตรวจคนเข้าเมือง ประเทศญี่ปุ่น (โฮมเพจกองตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงยุติธรรม ประเทศญี่ปุ่น
    http://www.immi-moj.go.jp/)
    (2) ในกรณีที่มีการยื่นขอวีซ่าเป็นหมู่คณะ คือมีวัตถุประสงค์และกำหนดการ เดินทางเหมือนกัน ขอแนะนำให้ยื่นวีซ่าพร้อมกันเป็นหมู่คณะไม่ควรแยกจากกัน
    (3) ในกรณีที่มีการปฏิเสธการออกวีซ่า ทางสถานทูตขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่อธิบาย เหตุผล ถ้าต้องการยื่นวีซ่าอีกครั้งด้วยวัตถุประสงค์เดิม ไม่สามารถยื่นได้ ภายใน 6 เดือน หลังจากวันที่ได้รับการปฎิเสธวีซ่า
    (4) ขอแนะนำผู้ยื่นวีซ่า ให้ซื้อตั๋วเครื่องบินหลังจากทางสถานทูตอนุมัติวีซ่าแล้ว (ยกเว้นกรณียื่นวีซ่าทรานซิทเท่านั้น) ทางสถานทูตไม่สามารถรับผิดชอบใดๆได้ ในกรณีที่วีซ่าไม่ผ่านแต่ผู้ยื่นแจ้งว่าได้ซื้อตั๋วเครื่องบินก ่อนแล้ว

การอนุญาตให้ตัวแทนดำเนินการยื่นวีซ่า

      โดยหลักการผู้ยื่นต้องมายื่นคำร้องด้วยตัวเอง แต่ทางสถานทูตจะอนุญาตให้ผู้แทน (เช่นพนักงานของบริษัทที่ผู้ยื่นสังกัดอยู่ ญาติ และอื่นๆ) มาดำเนินการแทนได้เฉพาะกรณีดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

(1) ผู้ที่มีอายุไม่ถึง16ปีบริบูรณ์หรือผู้ที่มีอายุมากกว่า60ปีบริ บูรณ์ในวันยื่นหรือผู้ทุพพลภาพ
(2) ผู้ที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์เพื่อธุรกิจ
(3) ผู้ที่เคยได้รับวีซ่าและเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นมาแล้วภายในระยะ เวลา5ปี นับจากวันที่ออกจากญี่ปุ่นครั้งล่าสุด(ตรวจสอบได้จากหนังสือเดิ นทางเท่านั้น)
(4) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต หรือหนังสือเดินทางราชการ
(5) ผู้ยื่นคำร้องขอวีซ่าที่เดินทางไปกับบริษัททัวร์ที่ได้รับการจด ทะเบียนกับทางสถานทูต

อัตราค่าธรรมเนียมวีซ่า
      ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับคนไทย ซึ่งได้ประกาศใช้เมื่อ วันที่ 1 เมษายน 2006 มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วีซ่าทั่วไป 1,110 บาท
วีซ่า Multiple 2,210 บาท (สำหรับการเดินทางหลายครั้ง)
วีซ่าทรานซิท 260 บาท (สำหรับการเดินทางผ่าน)


       อนึ่ง ผู้ที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย จะเสียค่าธรรมเนียมวีซ่าแตกต่างกันไป (ขึ้นอยู่กับประเทศหรือดินแดนในอาณัติซึ่งผู้ยื่นคำร้องพำนักอา ศัยอยู่)

      กรุณาสอบถามเพิ่มเติมได้ที่แผนกกงสุล สถานทูตญี่ปุ่น สามารถสอบถามได้ด้วยภาษาไทย ภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาอังกฤษ หมายเลขโทรศัพท์ : 0-2207-8503, 0-2696-3003

ระเบียบการขอวีซ่าประเภทการพำนักระยะสั้น
เพื่อการท่องเที่ยว เยี่ยมเพื่อน หรือคนรู้จัก

1. หนังสือเดินทาง (ในวันยื่นขอวีซ่ามีอายุใช้งานเหลืออย่างน้อย 6 เดือนและมีหน้าว่าง ที่ไม่มีตราประทับมากกว่า 2 หน้าขึ้นไป หากมีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาแสดงด้วย)
2. ใบคำร้องขอวีซ่า (แบบฟอร์มของสถานทูตฯหรือพิมพ์จากโฮมเพจสถานทูตญี่ปุ่นประจำประ เทศไทย)     1 ใบ
3. รูปถ่าย (ขนาด 2 x 2 นิ้ว สีหรือขาวดำ ที่มีพื้นหลังเป็นสีอ่อน ไม่มีลวดลาย ไม่มีการแต่งภาพถ่าย จะต้องเป็นรูปถ่ายที่ชัดเจนและถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน)      1ใบ
4. ทะเบียนบ้าน     ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
5.
(1) ในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นพนักงานหรือข้าราชการ ให้แสดงหนังสือรับรองการทำงานจากหน่วยงาน ที่สังกัด (ให้ระบุตำแหน่ง, วันเริ่มทำงาน, อัตราเงินเดือน และระยะเวลาวันลาพักร้อน)
(2) ในกรณีที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ให้แสดงหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้าจากกระทร วงพาณิชย์
(3) ในกรณีนักเรียนนักศึกษาที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ให้แสดงหนังสือรับรองสถานภาพการเป็น นักเรียนนักศึกษา และหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือ ทะเบียนการค้าของผู้อุปการะ
(4) ในกรณีผู้อยู่ภายใต้อุปการะเลี้ยงดู เช่น แม่บ้านที่ไม่ได้ทำงาน ให้แสดงหนังสือรับรองการ ทำงานหรือหนังสือรับรองจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้าของผู้ อุปการะ

(เอกสารทุกอย่างจะต้องออกไม่เกิน 3 เดือน, ในกรณีที่ผู้ยื่นไม่มีอาชีพ หรือประกอบอาชีพ ที่ไม่สามารถแสดงหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองจดทะเบ ียนบริษัทหรือ ทะเบียนการค้าได้กรุณาทำหนังสืออธิบายอาชีพและรายได้ โดยละเอียด)      ฉบับจริง 1 ชุด
6. ผู้ที่เดินทางเป็นครั้งแรก หากเคยเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล หรือผู้ที่ได้เปลี่ยนชื่อตัวหรือสกุลหลังจาก เดินทางไปญี่ปุ่นครั้งที่แล้ว ให้เตรียมเอกสารแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว-สกุล, ใบสำคัญการสมรส, ใบสำคัญการหย่า      ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
7. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร (ของผู้ยื่นคำร้องหรือของผู้อุปการะ)     ฉบับจริงและสำเนา (ทุกหน้า)1 ชุด
(ใช้สำหรับยื่นในกรณีที่ผู้ยื่นเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในกา รเดินทางด้วยตัวเอง ยกเว้นสำหรับ ผู้ยื่นที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหล ักทรัพย์ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือมหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งมีอัตราเงินเดือนตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไปและสามารถตรวจสอบได้ จากหนังสือรับรองการทำงาน ไม่ต้องยื่นสมุดบัญชีธนาคาร ทั้งนี้รวมถึงการยื่นสำหรับครอบครัว ในความอุปการะของบุคคลดังกล่าวด้วย)

*   กรณีไปเยี่ยมเพื่อนหรือคนรู้จักที่อยู่ในญี่ปุ่น กรุณายื่นเอกสารเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้นดังต่อไปนี้
(1) เอกสารรับรองเหตุผลในการเดินทาง : (อนึ่ง ผู้ที่เคยไปญี่ปุ่นแล้วภายในเวลา 3 ปี สามารถ ยกเว้นเอกสารเหล่านี้)
จดหมายรับรองความสัมพันธ์ (กรุณาเขียนอธิบาย ประวัติความเป็นมาและช่วงเวลาที่ได้รู้จักกัน), รูปถ่ายที่ถ่ายด้วยกัน, จดหมาย, สำเนาหนังสือเดินทางของเพื่อนหรือคนรู้จักที่ญี่ปุ่น(ถ่ายสำเนา หน้าที่มีชื่อสกุลและรูป และหน้าที่มีตราอนุญาตการพำนักอาศัย) เป็นต้น
(2) กรณีที่เพื่อนหรือคนรู้จักที่อยู่ในญี่ปุ่น เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทาง :

ใช้หนังสือรับรองต่อไปนี้ อย่างใดอย่างหนึ่ง ของเพื่อนหรือคนรู้จักที่อยู่ในญี่ปุ่น (เช่น หนังสือรับรองการเสียภาษี, หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากจากธนาคาร, สำเนาแบบแสดง รายการยื่นภาษีเงินได้,หนังสือรับรองรายได้)

อนึ่ง สำหรับหนังสือค้ำประกัน จะยื่นด้วยหรือไม่ก็ได้ เอกสารเหล่านี้ไม่มีกำหนดแบบฟอร์ม ของเอกสาร สามารถดูจากโฮมเพจของกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น หัวข้อ[ข้อแนะนำในการยื่นวีซ่า แยกตามสัญชาติต่างๆ]
http://www.mofa.go.jp/mofaj/toko/visa/kokuseki/kokuseki.html ซึ่งจะมีตัวอย่างของแบบฟอร์ม ที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้

หมายเหตุ

  1. หากเอกสารที่เตรียมมาไม่ครบถูกต้องตามระเบียบที่ได้ระบุไว้ข้าง ต้น กรุณารับทราบด้วยว่า ทางสถานทูตจะไม่สามารถรับคำร้องขอวีซ่าได้

  2. รับคำร้องขอวีซ่า ระหว่างเวลา 08.30 – 11.45 น. ที่ช่องหมายเลข 1 และ 2

  3. สำหรับวันและเวลาในการคืนหนังสือเดินทาง (การฟังผลวีซ่า) สถานทูตจะให้ใบนัดฟังผลในวันที่ ยื่นคำร้อง กรุณาตรวจยืนยันวันที่คืนหนังสือเดินทางตามที่ระบุไว้ในใบนัดฟั งผล โดยที่สถานทูตจะ คืนหนังสือเดินทางให้ใช้เวลาเร็วที่สุดคือ อีกสองวันทำการถัดไปนับจากวันที่ยื่นคำร้อง ในเวลา 13.30-16.00 น. ในกรณีที่ได้รับการอนุมัติ วีซ่าจะติดในหนังสือเดินทาง

    สำหรับผู้ยื่นที่ทางเจ้าหน้าที่คิดว่าอาจใช้เวลาพิจารณามากกว่า สองวันทำการถัดไป เช่น ผู้ที่เดินทางไป ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก หรือตามวัตถุประสงค์ในการเดินทาง หรือแล้วแต่สถานการณ์ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งใน บางกรณีอาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติม, การสัมภาษณ์ผู้ยื่นขอวีซ่า หรือมีความจำเป็นต้อง ตรวจสอบไปยังกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ทางสถานทูตจะให้ใบนัดฟังผลและระบุว่าให้รอ [ทางสถานทูตจะติดต่อทางโทรศัพท์ให้มาฟังผลในภายหลัง] ซึ่งกรณีเช่นนี้อาจจะไม่สามารถ พิจารณาวีซ่าได้ทันตามกำหนดการเดินทางที่ต้องการ ฉะนั้นกรุณายื่นขอวีซ่าล่วงหน้าหลายๆวัน ก่อนการเดินทาง กรณีที่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากสถานทูตญี่ปุ่นหลังจากที่ยื่นว ีซ่าไปแล้วเป็นเวลา มากกว่า 1 สัปดาห์ ผู้ยื่นสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ โดยให้แจ้งหมายเลขใบนัดฟังผล(ตัวอักษร ภาษาอังกฤษกับตัวเลข5หลัก)และหมายเลขบาร์โค้ด(ตัวเลข8หลัก) อนึ่งกรุณารับทราบด้วยว่าการ พิจารณาออกวีซ่าต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองวันทำการจึงไม่สามารถออ กวีซ่าให้ได้เร็วกว่านี้ตามคำร้องขอ เป็นกรณีพิเศษ


*   กรุณาสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ แผนกกงสุล สถานทูตญี่ปุ่น สามารถสอบถามได้ด้วยภาษาไทย ภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ หมายเลขโทรศัพท์ : 0-2207-8503, 0-2696-3003

 

ดาวน์โหลด แบบฟอร์ม มาแล้ว ศึกษาดู แล้วก็กรอกไปจากบ้าน สบายใจกว่าครับ ช่องไหนสงสัย ก็เว้นไว้ก่อน แต่ก็คงไม่มีครับ เพราะเค้ามีรายละเอียดแนะนำไว้ดีมากดังนี้ครับ

วิธีกรอกใบคำร้อง

กรุณาอ่านข้อแนะนำ ในการกรอกคำร้องและกรอกข้อความให้ครบถ้วนทุกข้อ เวลายื่นคำร้อง กรุณาจัดเอกสารตามลำดับใน "ระเบียบการขอวีซ่า" ตามประเภทของวัตถุประสงค์ และยื่นที่เคาน์เตอร์รับคำร้อง หากท่านเตรียมเอกสารไม่ครบ ทางสถานทูตไม่สามารถรับยื่นคำร้องได้ สำหรับรายละเอียดวิธีการยื่นขอวีซ่า กรุณาตรวจสอบดู “รายละเอียดที่ควรทราบเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อขอวีซ่า”

  1. กรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน (เลข 13 ตัว ซึ่งมีระบุในหนังสือเดินทางและทะเบียนบ้าน)
  2. กรอกนามสกุล ตามที่สะกดในหนังสือเดินทาง
  3. กรอกชื่อ ตามที่สะกดในหนังสือเดินทาง
  4. กรอกชื่อ นามสกุลเดิม กรณี เคยเปลี่ยน (กรณีแต่งงานแล้ว ให้กรอกนามสกุลเดิมก่อนแต่งงานด้วย)
  5. ทำเครื่องหมาย x ลงในช่อง ( ) ที่ตรงกับเพศของท่าน
  6. ถ้าไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม ทำเครื่องหมาย x ที่ no, ถ้ามี ทำเครื่องหมาย x ที่ yes ชี้แจงรายละเอียดใน ( )
  7. ทำเครื่องหมาย x ที่ช่อง ( ) ที่ตรงกับสถานภาพการสมรส
    • Single เป็นโสด
    • Married (registered) แต่งงานและจดทะเบียน
    • Married (non registered) แต่งงานไม่จดทะเบียน
    • Divorced หย่า
  8. กรอกสัญชาติ ตามที่ระบุในหนังสือเดินทาง ถ้ามีสัญชาติเดิมให้ระบุด้วย
  9. กรอก วันเดือนปีเกิด ตามที่ระบุในหนังสือเดินทาง, สถานที่เกิดตามที่ระบุในหนังสือเดินทาง
  10. ทำเครื่องหมาย x ลงในช่อง ( ) ที่ตรงกับประเภทหนังสือเดินทาง
    • Ordinary หนังสือเดินทางธรรมดา
    • Official หนังสือเดินทางราชการ
    • Diplomatic หนังสือเดินทางทูต
    • Travel document หนังสือเดินทางประเภทอื่นระบุรายละเอียดใน( )

    กรอกเลขที่หนังสือเดินทาง, ชื่อหน่วยงานราชการ, สถานที่ที่ออกหนังสือเดินทาง, วันที่ออกและวันหมดอายุของหนังสือเดินทาง
  11. กรอกที่อยู่ปัจจุบันที่ติดต่อสะดวก (ไม่จำเป็นต้องตรงกับในทะเบียนบ้าน), รหัสไปรษณีย์, หมายเลยโทรศัพท์ของที่อยู่ปัจจุบัน หมายเลขโทรศัพท์มือถือ (ถ้ามี)
  12. กรอกอาชีพ และชื่อบริษัทหรือหน่วยงานที่ทำงานอยู่ (กรณีเป็นนักเรียนให้กรอกชื่อสถานศึกษา), ที่อยู่บริษัท หรือสถานศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ของบริษัทหรือสถานศึกษา ,ตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบัน ,ตำแหน่งหน้าที่เดิมที่สำคัญ
  13. ระบุจุดประสงค์ในการเดินทางอย่างละเอียด
  14. กรอกระยะเวลาที่จะพำนักในญี่ปุ่น,วันที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น, ชื่อสนามบิน, สายการบิน (ไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วเครื่องบิน)
  15. กรณีมีบุคคลที่เดินทางไปด้วย ให้กรอกชื่อ สกุล ความสัมพันธ์กับท่าน เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิดของบุคคลนั้น
  16. กรอกชื่อที่อยู่ของโรงแรมที่จะพำนัก กรณีที่สถานที่พำนักไม่ใช่โรงแรม ให้ระบุชื่อ และที่อยู่ของเจ้าของสถานพำนัก
  17. ถ้าผู้ใด เคยเดินทางเข้าญี่ปุ่นแล้ว กรอกวันที่ที่เคยเดินทางเข้าญี่ปุ่นครั้งที่แล้ว และระยะเวลาที่พำนัก ซึ่งดูได้จากตราประทับ เข้า-ออก ของกองตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นในหนังสือเดินทาง
  18. ถ้ามีผู้รับรอง หรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่ญี่ปุ่น กรอก ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์ของผู้รับรอง พร้อมระบุความสัมพันธ์
  19. ระบุชื่อผู้กรอกใบคำร้องนี้ หรือชื่อบริษัท
  20. ถ้าบุคคลที่มีชื่ออยู่ในหนังสือเดินทางเล่มเดียวกันจะเดินทางพร ้อมกัน ระบุชื่อและความสัมพันธ์
  21. ตรวจว่า ข้อความที่ท่านกรอกในคำร้องถูกต้องแล้ว กรอกวันเดือนปีที่ยื่น เซ็นชื่อโดยผู้ยื่น

    4. การเตรียมเอกสารประกอบการพิจารณาขอวีซ่า

    จากเอกสารคำแนะนำการขอวีซ่า ที่ทางสถานฑูตกำหนดไว้อย่างละเอียดข้างต้นนั้น หากเราสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งหลายได้ครบ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรให้ต้องกังวลเลย ใช่ไหมครับ

    แต่ที่เรากังวลมาก ก็เพราะเรามี ข้อติดขัด บางอย่าง ที่จำเป็น ต้องอธิบายให้เค้าเชื่อว่า เราไม่มีเจตนาแอบแฝงอย่างอื่น ในการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้ จริงไหมครับ (ซึ่งในจุดนี้ ผมคิดว่า เราตกอยู่ในฐานะด้อยกว่า ตอนไปผ่าน ตม.ที่เกาหลี ...เพราะกรณีเกาหลีนั้น เมื่อเราเดินทางไปเสี่ยงดาบหน้าถึงที่ โดยยอมเสียเวลาเดินทาง เสียค่าตั๋ว ค่าทัวร์ไปแล้ว ก็พออนุมานว่า น่าจะไม่มีอะไรเคลือบแคลง ไม่งั้นใครจะบ้าพอลงทุนตั้งมากมายเดินทางมา .....ต่างจาก การขอวีซ่าญี่ปุ่น ซึ่งเราไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพราะเค้าก็ยังแนะนำเราว่า อย่าซื้อตั๋วก่อนได้วีซ่า ด้วย)

    การสร้างความน่าเชื่อถือ สามารถดำเนินการได้ด้วยการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ นึกถึงสำนวน ใจเขาใจเรา เอาไว้ คือ คิดแทนเค้าว่า ถ้าเราเป็นเจ้าหน้าที่ ทำอย่างไรเราจะไม่สงสัยในตัวผู้ยื่นคำขอ ซึ่งคำตอบง่ายๆ ก็คือ ต้องมีเหตุผลและหลักฐานรองรับเพียงพอ นั่นเองครับ

    เพราะฉะนั้น วิธีดับความกังวลใจได้ดีที่สุด ก็คือ การเตรียมพร้อมที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่หายความคลางแคลใจ เพื่อให้งานของเค้าง่ายขึ้น ครับ อาทิ

    พาสปอร์ต

    ถ้าเป็นพาสปอร์ตใหม่ สิ่งที่เค้าอยากรู้ ก็คือ มีเหตุผลอะไรที่เดินทางออกนอกประเทศครั้งแรก ก็เลือกไปญี่ปุ่นเลย (หาหลักฐานที่แสดงว่า เราชื่นชอบประเทศญึ่ปุ่น คนญี่ปุ่น วัฒนธรรมญี่ปุ่น มาก เช่น...ทำลิสต์รายการหนังญี่ปุ่นที่เราดูติดต่อกันมาหลายปี.... ลิสต์บทความหรือรายงานเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นที่เราเคยทำมา...อ ัลบั้มดารา นักร้อง ที่เราชื่นชอบและสะสมไว้เป็นแรมปี..หรือ ประวัติ ข้อมูล ของสถาบันในญี่ปุ่นที่เราอยากไปศึกษาต่อ ฯลฯ)

    ถ้าเป็นพาสปอร์ตเก่า ผ่านประสบการณ์เพียงไม่กี่ประเทศ มีหลักฐานอะไรที่แสดงว่า เราถือว่าการท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่จะทำทุกครั้งเมื่อมีโอกาส หรือเปล่า (เตรียมเอกสารเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ในประเทศที่ผ่านมา ทั้งโปรแกรมการเดินทาง รูปถ่าย ฯลฯ อันแสดงให้เห็นว่า เป็นกิจกรรมที่ชื่นชอบของเราจริงๆ)

    สำหรับของผมและคุณนาย เรื่องนี้เป็นคะแนนบวกอยู่แล้วครับ เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา เดินทางตลอด จนพาสปอร์ตเก่าเต็ม เมื่อเราแนบเล่มเก่าไปพร้อมกับเล่มใหม่ จึงไม่ต้องอธิบายให้เสียเวลาครับ

    เอกสารทางการต่างๆ

    ในกรณีที่เปลี่ยนชื่อ สกุลมา หรือเคยสมรส เคยหย่า ต้องเตรียมเอกสารฉบับจริงและสำเนาไปเผื่อด้วยครับ

    เพราะของผมแม้จะเปลี่ยนชื่อสกุลมาตั้ง 40 กว่าปี ของคุณนาย 20 กว่าปี จะไปเออออเอาเองว่า ไม่เคยได้ใช้ ไม่เคยมีใครขอดูมาเป็นสิบๆปีแล้ว จะมาจุกจิกทำไม ไม่ได้ครับ เมื่อเค้าถามหา เราสามารถหยิบแสดงให้เค้าดูได้ ก็ยิ่งทำให้เค้า Approve เราง่ายขึ้น เร็วขึ้นครับ

    หลักฐานที่แสดง ความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางครั้งนี้

    สมุดเงินฝาก ที่มีตัวเลขเข้าออกสม่ำเสมอ อย่างเดียวไม่พอครับ สำหรับผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ ในกรณีที่ผู้ยื่นไม่มีอาชีพ หรือประกอบอาชีพ ที่ไม่สามารถแสดงหนังสือรับรองการทำงานหรือหนังสือรับรองจดทะเบ ียนบริษัทหรือ ทะเบียนการค้าได้กรุณาทำหนังสืออธิบายอาชีพและรายได้ โดยละเอียด เช่นเราทั้งสอง เพราะฉะนั้น เราจึงเตรียมเอกสารประกอบไปดังที่เห็นข้างล่างนี้ครับ

     

    แผนการท่องเที่ยว

    สำหรับเพื่อนๆที่จะเดินทางไปเที่ยว 5-7-12 วัน ซึ่งวางแผนและหาข้อมูลมามากพอสมควร ก็คงเขียน Itinerary ได้ไม่ยากนัก

    แต่สำหรับเรา ซึ่งไม่เคยมีความรู้เลยว่า จะไปเที่ยวญึ่ปุ่นที่ไหนบ้างตั้ง 25 วัน เพราะเพิ่งศึกษามาน้อยนิด นับว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยครับ ที่จะทำแผนการเดินทางออกมาเป๊ะๆ หรือ น่าเชื่อถือได้ (ผมเอง นอกจากชื่อเมืองใหญ่จะพอคุ้นหูบ้าง แต่เมืองไหนอยู่ไหน ออก ใต้ เหนือ ตก ไม่มีไอเดียเลยครับ ส่วนคุณนายยิ่งแย่ ขนาดดูเอกสารว่าเราจะไป Kyoto ด้วย ยังถามว่า เมือง คะโยโต นี่อยู่ที่ไหน อ่ะครับ)

    เพราะฉะนั้น เราจึงเตรียม เอกสารส่วนนี้ 4 หน้าด้วยกันครับ

    1. Itenerary

    2. เส้นทางการท่องเที่ยว (สแกนจาก คู่มือ ประเทศญี่ปุ่น Yokoso Japan ครับ)

    ผมลอกชื่อเมือง จากเส้นทางที่ 1-2-3-4 เพื่อแสดงว่า เราจะท่องเที่ยว ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคเหนือ และ ภาคใต้ ตามที่คู่มือแนะนำไว้ครับ (จริงๆคงทำได้ยาก ได้หมด เพราะเราต้วมเตี้ยมมากครับ)

    3. ระยะทางระหว่างแต่ละเมือง (สแกนจาก คู่มือ ประเทศญี่ปุ่น Yokoso Japan ครับ)

    เพื่อแสดงว่า เรามีแนวทางที่สามารถกำหนดระยะเวลาการเดินทางจากเมืองหนึ่งไปอี กเมืองหนึ่งได้

    4. เส้นทางที่เราสามารถกเดินทางด้วย Japan Rail Pass ได้ (สแกนจาก คู่มือ ประเทศญี่ปุ่น Yokoso Japan ครับ)

    เพื่อแสดงว่า เรามีการวางแผนการเดินทางไว้พร้อม พอสมควร ครับ  

    5. จะเติมช่องว่างตรง "ที่พำนัก ในญี่ปุ่น" อย่างไร

    ใน ใบยื่นขอวีซ่า ข้อ 16. ซึ่ง เราจะต้องเติมข้อความในคำถามว่า Address of Hotel or Name and Address of Person with whom Applicant intends to stay นั้น อันนี้ ตอนไปเกาหลี ก็มีบทเรียนแล้วว่าสำคัญมากทีเดียวต่อการพิจารณาว่าเรามาเที่ยว อย่างบริสุทธิ์ใจ เพราะฉะนั้น ถึงแม้ตัวเองจะนิยม วอล์กอิน เรื่องที่พักในประเทศอื่นๆ แต่ที่นี่ คงต้องหาโรงแรมไว้ก่อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

    ซึ่งไม่มีปัญหาอะไรครับ

    ใช่แล้วครับ เอกสารที่ไปขนๆมา จาก อสท.ญี่ปุ่น นั้น นอกจาก จะมี คู่มือ Japanese inns Group แล้ว ยังมีอีกฉบับ คือ Welcome inns Directory ซึ่งเปิดดูแล้ว เข้าท่าทีเดียว เพราะกลุ่มนี้ เป็น กลุ่มอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจัดหาที่พักดีราคากั นเองให้โดยเฉพาะครับ

    ผมเลือกดูหมวดห้องพักที่ถูกกว่าเพื่อน ก็เจอของ Andon Ryokan www.andon.co.jp ที่ดูเข้าท่ากว่าเพื่อน มีรายละเอียดดีโดนใจใช้ได้ ราคาห้องคู่ 8,190 เยน ต่อคืน อยู่ใน เขต Ueno ซึ่งใกล้กับ สนามบินนาริตะ กว่าที่อื่นด้วยครับ

    ถ้าได้พักที่นี่ละก็ ผมว่าใช้ได้ทีเดียว (เพื่อนๆลองคลิกดู รายละเอียด โดยการคลิกที่รูปก็ได้ครับ) เพราะฉะนั้น ก็กาศีรษะที่นี่เอาไว้ก่อนครับ

    แล้วก็จัดการ สแกน ภาพแผนที่ของ เรียวกัน (ห้องพักแบบญี่ปุ่น) แห่งนี้ มาไว้ 1 หน้า

    ตามด้วย สแกน รายละเอียดการเดินทาง จากสนามบิน ไปยังที่พัก อีก 1 หน้า ครับ

    จากนั้น ก็จัดการ เขียนเมล์ไปจองห้องพัก ตามตัวอย่างข้างล่างนี้ แล้วสแกนเมล์นี้ ไว้อีก 1 หน้า
     
     
    Dear Sir,
    .
    I was reccommended by Welcome Inn Directory 2006-2007 about your Ryokan and I wish to reserve 1  Twin Room or Double Room (initially, may be more later) on March 10,11,12 . My SQ 632 Flight will arrive Narita Airport on March 10,2007 at about 8.00 am.
    .
    Name : Wuthiwat Arttachariya & Katnipa Amormthatree
    Passport No. XXXXXX & XXXXXX
    Room Type : Twin or Double
    No.of person : 2
    Check in date. 10 March 2007
    Check out date: 13 March 2007
    Nationality : Thai
    Home Address : 99/365 Prueksachart Soi 21/1 Ramkhamhaeng 118 Road, Sapan Soong, Bangkok 10240 Tel. 662-3732061 Mobile. 689-7935806
    .
    Please kindly confirm our rerservation ASAP by this email address.
    .
    Regards,
    Wut & Kate
     
    ซึ่งภายในไม่กี่ชั่วโมง ก็ได้รับ เมล์ตอบกลับมา ดังนี้ อ่านแล้วก็จัดการ สแกนไว้ อีก 1 หน้า
     
    Dear Wut and Kate,

    Thank you so much for your interest in the Andon.
    It is our pleasure to have you interested in putting up at our humble ryokan.

    We are very glad to share with you that there is a double/twin room available for your preferred period of stay. Price is 8190yen per night per room.

    Please kindly send in an official reservation via our website at, http://www.andon.co.jp/home/form.html

    However, please note that from late March onwards it is our peak season, we hope you can make your eservation as soon as possible.

    I look forward to receiving your reservation. Should you have any questions at all, please do not hesitate to write in to us.

    Regards,
    Jan

    ANDON RYOKAN
    2-34-10 Nihonzutsumi ,
    Taito-ku , Tokyo
    Japan
    111-0021
    Tel: +81(0)3-3873-8611
    Fax: +81(0)3-3873-8612
    Email: ryokan@andon.co.jp
    Web: www.andon.co.jp

     
    เพราะฉะนั้น ก็กรอกช่องว่างในใบขอวีซ่าข้อ 16 นี้ ได้สบายมาก โดยใช้ที่อยู่ ตามเมล์ข้างต้น พร้อมกับแนบเอกสาร 4 หน้าที่ว่าไปด้วย แบบนี้ก็นหมดจดงดงามจริงใจแล้วใช่ไหมตัวเอง เพราะฉะนั้น อย่ามากังขาเราให้เสียเวลาเปล่าเลยเนาะ อิอิ   

    6. พร้อมแล้ว ไปขอวีซ่ากันเลยครับ

    หลักฐานพร้อมมูลแล้ว ก็ได้ฤกษ์ไปขอวีซ่าเสียที จะออกหัวออกก้อยก็จะได้รู้เรื่องกันไปเลย........ เจ้าประคู้ณณณ ขอให้ลูกช้างผ่านไปโดยราบรื่นด้วยเทอญ ส่วนของคุณนาย แล้วแต่อารมณ์ท่าน ได้ไม่ได้ไม่เป็นไร ไม่ได้ยิ่งดีพระเจ้าข้า ฮิฮิ  

    เราขับรถเข้า สุขุมวิท ไปที่ ถนนวิทยุ พอผ่าน สน.ลุมพินี ผ่าน ซอยโปโล ก่อนถึง สวนลุมไน้ท์บาซ่าร์ ก็เห็นอาคารสถานฑูตแล้วครับ จึงขับเลยไปจอดรถใน สวนลุมไน้ท์บาซ่าร์ เพื่อเป็นการให้กำลังใจ รปภ.และ เจ้าของร้านค้า แถวนั้น ไม่ให้เค้าคิดว่าเราทอดทิ้งไม่สนใจ เพราะเดือนเมษาฯ ได้เจ้าของใหม่มา ไม่ทราบว่า ยังจะได้อยู่ต่อหรือไม่ แหะ แหะ 

    เดินมาถึงหน้าสถานฑูต 7.45 น. มีคนยืนเข้าแถวรออยู่หน้าประตูทางเข้า 20 กว่าคนแล้วครับ ถามไถ่ดู ได้ความว่า เค้าจะเปิดประตูตอน 8 โมงให้ราเข้าไปรอข้างใน และเริ่มรับเรื่อง 8.30 น. ถึง 11.45 น.ก็ไม่รับอีก ครับ

    เท่าที่สังเกตดู สุภาพสตรีที่มา ค่อนข้างกระวนกระวายใจ คงหวั่นๆว่าจะได้รับการอนุมัติหรือเปล่า ...ต่างจากกลุ่มที่มากัน เกือบ 10 คน พูดคุยกันเจี้ยวจ๊าวแบบไม่ยี่หระ คงประมาณว่า ถ้าไม่ได้ ก็ขอให้ไม่ได้ทั้งหมดนะเฟ้ย ไม่ใช่ตัดชั้นคนเดียว  ฮ่า ฮ่า ฮ่า  

    8 โมงตรง ประตูนอกก็เปิด เราผ่านเข้าด้านใน ให้ รปภ.ตรวจเอ็กซเรย์กระเป๋า และค้นตัวแป๊บนึง ก็ฉุยฉายเข้าไปในโถงใหญ่ได้ ครับ

    กดบัตรคิว (มาด้วยกันให้กดใบเดียว) ได้เบอร์ 009 ก็ยิ้มแล้วครับ เพราะถูกโฉลกอย่างนี้ มีหรือจะไม่สี่ศูนย์พูลสวัสดิ์  

    นั่งคุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้ กับ คนที่ยืนเข้าแถวด้วยกันพักนึง ยังไม่ทัน 8 โมงครึ่งดี ก็มีเสียงเรียกหมายเลขให้เข้าไปยื่นได้ ตั้ง 3-4 ช่อง (ทั้งๆที่ในข้อมูลบอกว่าให้ยื่น ช่อง 1-2 เท่านั้น) ครับ  

    คนที่ไปก่อน ใช้เวลาคนละไม่ถึง 3 นาที เพราะนั้น เมื่อถึงคิวเรา เราจึงเสนอหน้าด้วยอารมณ์ชื่นมื่น ยิ้มแฉ่ง...เจ้าหน้าที่เช็คเอกสาร แล้วก็คืนสำเนาบัตรประจำตัว มา ถามเรื่อง เปลี่ยนชื่อ เมื่อเรายื่นสำเนา และเอาตัวจริงให้ดู ก็บอกให้ไปนั่งรอได้

    ครู่หนึ่ง ก็มีเสียงเรียกให้ไปอีกช่อง แล้วก็ให้ ใบนัด มา บอกว่า อีก 2 วันมารับ ในเวลาบ่าย 2 ครึ่ง แล้วอย่าลืมเตรียมเงินมาให้พอดี (ไม่มีการทอน) คนละ 1,110 บาท เป็นอันเสร็จพิธีครับ  

    อย่าแปลกใจนะครับ ถ้าผมจะเรียนว่า ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที เราก็ปร๋อออกมาข้งนอกแล้ว ครับ เร็วกว่าตอนขอวีซ่าอินเดียด้วยซ้ำครับ  

    วันไปรับวีซ่า ยิ่งสะดวกโยธินครับ ....เราไปถึงบ่าย 2 โมง ปรากฎว่าคนเพียบแล้ว เวลาเรียก ก็เรียกไปคราวละ 10 เบอร์ ยื่นปุ๊บ จ่ายเงินปับ ถือพาสปอร์ตกลับมาได้เลย เร็วมากครับ.....สอบถามดู เจ้าหน้าที่บอกว่าให้บริการตั้งแต่ บ่ายโมงครึ่ง ...แหม รู้งี้มาก่อนหน้านั้นก็ดี (เหมือนสถานฑูตอินเดียเลยครับ ไปก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมงก็รับได้แล้ว)

    สรุป เรื่องขอวีซ่า ไม่มีอะไรยุ่งยาก ถ้าเตรียมหลักฐานไปให้เพียงพอ และหลักฐานมากไป ดีกว่า น้อยไป ครับ

    ไม่ต้องตุ๊มๆต่อมๆ เพราะโดนคนขู่ว่า โหดอย่างนั้น ซาดิสต์อย่างโน้น เหมือนกรณี ตม.เกาหลี อีกต่อไปแล้วครับ.... ไม่เชื่อลองอ่านเอกสาร ระเบียบการ และวิธีกรอกใบคำร้องของเค้าดูสิครับ มีน้ำใจให้ความสะดวกเราออกจะตายไปครับ.....ยืนยันครับว่า หาเงินค่าตั๋ว ยากกว่า ขอวีซ่า หลายเท่าครับ อิอิ  

    และได้วีซ่าแล้ว จะถือโอกาสขึ้นไปที่ ชั้นสอง ซึ่งเป็น สำนักข่าวสารญี่ปุน ก็ไม่เลวครับ มีอะไรสงสัย สอบถามเจ้าหน้าที่ที่นั่นได้ครับ เพราะส่วนใหญ่ก็เคยไปญี่ปุ่นบ่อยๆ และอยู่นานก็มีครับ....

    ผมยืนคุยกับเจ้าหน้าสาวท่านหนึ่งที่นั่นนานทีเดียว ได้ความรู้เรื่อง การใช้ แจแปนเรลพาส มาเยอะ เรื่อง การเดินทางในโตเกียว มาแยะ...จนอยากจะบอกว่า ซาบซึ้งใจเป็นที่สุด ถ้าไม่บังเอิญ เธอออกจะแสดงน้ำใจเกินเหตุ เอ่ยปากห่วงใยว่า...ไม่ต้องรีบร้อนเดินทางนะคะ ช่วงที่ไปยังหนาวมาก เหนื่อยง่าย อายุปูนนี้ต้องระวังสุขภาพไว้นะคะ....   

    7. วิธีคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน

    ผมใช้เว็บ http://finance.yahoo.com/currency/ ในการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนครับ .....ซึ่งหลายวันมานี้ มีการขึ้นลงค่อนข้างถี่ วันก่อน 1000 เยน แค่ 287 บาท วันนี้ ต้อง 300 กว่าเข้าไปแล้วครับ

    อย่างไรก็ตาม หลักการคำนวณง่ายๆ ก็คือ เงินเยนเท่าไหร่ คูณด้วย 0.3 ก็น่าจะประมาณเป็นราคาเงินบาทที่แท้จริงได้ใกล้เคียงครับ เช่น

    1000 เยน 300 บาท
    5000 เยน ก็ 1500 บาท
    ค่าโรงแรม 8000 เยน โอ้โห 2400 บาท แน่ะ แม่เจ้าโว้ย
    ค่าแอร์พอร์ตลีมูซีนจากสนามบินเข้าเมือง 3000 เยน คนละ 900 บาทเชียว...  

    จึ๋ยยย์ จะไปดีไหมเนี่ย...ไปแล้วกลับมา ทานมาม่าครึ่งปีหรือไงครับ    

    8. วิธีหาที่พักในราคาเหมาะสม (ย่อมเยา) หน่อย

    ปัดโธ่ อุตส่าห์ทำเว็บ ติดสโลแกนว่า เที่ยวง่ายๆสบายกระเป๋าสตางค์ เอาไว้ ขืนพักโรงแรม ราคาคืนละ 2 พันกว่าบาท หรือ 8 พันกว่าเยน มีหวังโดยแฟนคลับถล่มแน่ครับ....  เพราะฉะนั้น แม้โดยปรกติ เวลาไปไหน เราจะพักโรงแรม 5 ดาว 6 ดาว (ในฝันมั้ง) ก็ตาม.. ก็ต้องสืบค้นเบื้องต้นให้ได้ที่ ที่ค่อนข้างเข้าท่าหน่อยดีกว่า... ยิ่งตอนนี้ได้วีซ่าแล้ว มีเวลาเสิร์ชสะดวก เพราะหายใจโล่งคอขึ้นแยะ.... ใช่ไหมครับ

    อันที่จริง ผมก็ไม่มีเทคนิคอะไรมากหรอกครับ ผมใช้ กุ๊กเกิ้ล เป็นตัวช่วยเสมอเวลาต้องการที่พึ่งพิงครับ... คีย์เวิร์ด ที่ใช้ในกรณีนี้และส่วนใหญ่ ก็ คำว่า Budget ที่แปลว่า ราคาปานกลาง เอ๊ย ต่ำ เป็นหลักครับ

    แล้วก็ได้รู้จัก บริการของ www.travellerspoint.com มาโดยไม่ยากครับ

     

    คลิกปุ๊บ เปลี่ยนหน้าใหม่ปั้บ ก็จัดการใส่ข้อมูลที่ต้องการลงไปเลยครับ

     

    แล้วก็จะได้ รายชื่อ พร้อมข้อมูลพอสังเขป ของโรงแรมที่มีห้องพักว่างในวันเวลาที่เราต้องการ เพียบครับ

    จัดการเลือกที่ ราคา (ต่อคน) เป็นอันดับแรก การให้คะแนนของลูกค้า เป็นอันดับสอง เมื่อถูกใจ ก็คลิกดู รายละเอียด เป็นขั้นตอนที่ 3 ครับ

     

     

    อ่านดู สิ่งอำนวยความสะดวก ที่เค้านำเสนอมาให้แล้ว ถ้าถูกใจ ก็จัดการเลือกตามนั้น และสั่งจองเลยครับ

     

     

    กรอกข้อมูลสั่งจอง และบัตรเครดิตไปเรียบร้อย ก็เสร็จครับ

    โรงแรมในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ไม่รับบัตรเครดิต ครับ มีการระบุชัดเจนเลยครับว่า ต้องจ่ายเงินสดทันทีที่ถึง ทั้งนั้น แต่เนื่องจากบริการนี้ ดำเนินโดยหน่วยงาน www.travellerspoint.com เพราะฉะนั้น เค้าก็เลยหักไว้ 10% เป็นการป้องกันการเบี้ยว (เป็นค่าคอมมิชชั่นด้วยกระมังครับ)  และ ค่าบริการอีก 2 ยูเอส ครับ เมื่อเราไปถึง ก็ จ่ายส่วนที่เหลือ 90% เป็นเงินสด ให้ทางโรงแรมไปครับ 

     

     

    คลิกยืนยันการจองปุ๊บ ก็ได้ ใบคอนเฟิร์ม มาเรียบร้อยครับ เราจะปริ้นท์ ใบนี้ ไว้เพื่อแสดงตนก็ได้ หรือจะรอปริ้นท์ ใบที่ส่งมาให้เราทางอีเมล์ ก็ได้ ครับ

     

     

    หากมีข้อสงสัยใดๆ ก็คลิกอ่านในส่วนที่เป็น FAQ ได้เลยครับ

    เห็นมั้ยครับ เรื่องใช้เงินเนี่ย ไม่ยากเล้ยซักระติ๊ดเดียว  

    ส่วนอีเมล์ที่เค้าตอบมา ก็ตามนี้เลยครับ อ่านแล้วชื่นใจ เพราะเค้าช่าง พลีซ พลีซ พลีซ ได้โปรด ได้โปรด ได้โปรด เอาใจเราฟุ่มเฟือยเหลื้อเกินครับ  
     
     
    Dear Wuthiwat Arttachariya,
     
    Hi, This is Khaosan Tokyo Smile writing.
    We have got your reservation via the hostel world and thank you for choosing our place to stay in Tokyo.
     
    We just let you know our URL to know about us.
    Please visit our website and please learn more about Khaosan Tokyo.
    Please read our rule, policy and print out the Map in order to get here.
    http://www.khaosan-tokyo.com Please click "Smile" from the top page.
     
    Please confirm your arriving time to us that our guest house close 9pm. Please be sure to come by 9pm. We consider you as NO SHOW  if you do not come by 9pm.
    NO SHOW shall be charged 100% of the stay fee on the day and 50% of the next day.
     
    Our policy of cancellation charge; 
    We charge 50% of the price if you inform us the cancellation a day advance.
    We charge 100% if it is on the day. 
     
    Pls. call us if you will be arriving later than you mentioned. (+81)-3-3622-8098
     
    Thank you very much and we are looking forward to seeing you.
     
    Khaosan Tokyo Smile
     
     
     
     
     
    ได้ที่พักใน ราคาคืนละ 4,600 เยน หรือ 1,380 บาท ที่ Khaosan Tokyo Smile ซึ่งเป็นสาขาที่ดีที่สุดในจำนวน 3 แห่ง ของเครือ Khaosan Tokyo แล้ว ก็สบายใจได้ แต่ยังไม่ที่สุดครับ .....เพราะต้องไม่ลืมที่จะเขียนเมล์ ไปแจ้งในทาง Andon Ryokan ทราบเสียก่อนว่า เรายกเลิกการจอง ตามมารยาท ดังนี้ ครับ
     
     
    Dear Jan,
    .
    Thank you so much for your mail and confirmation. We are truly grateful.
    .
    Unfortunately, our plan to stay in Andon Ryokan has been diverted. . Therefore, I have to apologize to you for the trouble and kindness you have rendered us. Please keep the reserved room on March 10-12 available for other guests.
    .
    I wish you every happiness and prosperity in your business.
    .
    Best Regards,
    Wut & Kate  

     
    ซึ่งก็ได้รับจดหมายตอบด้วยความขอบคุณกลับมาดังนี้ครับ
     
     
    Dear Wut and Kate,

    Thank you for taking precious time off to inform us of your change of plans.

    It is our lost to have not been able to host you. But we hope you`d have a good trip no matter what your plans may be.

    Thank you once again for your interest in the Andon.

    Regards,
    Jan

    ANDON RYOKAN
    2-34-10 Nihonzutsumi ,
    Taito-ku , Tokyo
    Japan
    111-0021
    Tel: +81(0)3-3873-8611
    Fax: +81(0)3-3873-8612
    Email: ryokan@andon.co.jp
    Web: www.andon.co.jp

     

    เครือโรงแรม ข้าสาร โตเกียว รู้สึกนะดังไม่เบาครับ

    สำหรับ หน้าตา เท่าที่เค้าแนะนำ ก็เรียนเชิญคลิกดูรายละเอียดที่เว็บ http://www.khaosan-tokyo.com เลยครับ

     

     

    เราเลือกสาขา ข้าวสารโตเกียวสไมล์ ซึ่งได้ดาวมากกว่าสาขาอื่น 1 ดาวครับ

     

    ข้อความประชาสัมพันธ์ ก็น่าสนใจดีครับ แต่ของจริงเป็นอย่างไร คงต้องรอวัดดวงอีกครั้งหนึ่งครับ

     

    การเดินทางไป ก็ไม่ยาก ถ้าเราไปถึงเช้าก็คงเลือกทางที่ถูกหน่อย ถึงแม้จะช้านิดก็ไม่เป็นไรครับ

     

     

    ทำเล อาซากุสะ ดูเหมือนจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญครับ อาจจะชุลมุนเหมือน ถนนข้าวสาร บ้านเราก็เป็นได้ เดี๋ยวก่อนไป ต้องไปหัดดมกลิ่นฝรั่งที่ไม่ชอบอาบน้ำแถวนั้นให้คุ้นจมูกเสียหน ่อยครับ อิอิ

    สำหรับเพื่อนๆที่สนใจจะไปก่อนเรากลับ ก็พิจารณาเอาเองนะครับ แต่ถ้าไปหลัง 5 เมษาละก็ จะรีวิวของจริงให้อย่างละเอียดเลยครับ  

.

.

เราไปต่อกันที่ลิงค์ข้างล่างนี้นะครับ

JAPAN RAILPASS -  คุ้มหรือไม่คุ้ม?

 




 
หน้าหลักบทความ (Article)>>    กลับหมวดญี่ปุ่น Japan>>


view(131075)