หน้าแรก Home Guest Book ทักทายเรา คู่มือเที่ยวเอง อย่างง่ายๆ เว็บบอร์ด Webboard เที่ยวไทย Local Trips เที่ยวเทศ Oversea Trips ท่องทะเล Sea Trips เรื่องน่ารู้ Knowledge คนบ้าหนัง คลิป วิดีโอ ถาม-ตอบ FAQ
ศูนย์รวมตั๋วโปรโมชั่น


ยินดีต้อนรับ

ไม่อยากทุกข์ก่อน-ระหว่าง-หลัง เที่ยว อย่า....


สวัสดีครับ


คำว่า "ทุกข์ก่อนเที่ยว ทุกข์ระหว่างเที่ยว ทุกข์หลังเที่ยว" หมายความว่ายังไง?

คลิกอ่านลิงค์ข้างล่างนี้สิครับ

สมการแห่งความสุข

อ่านแล้ว ถ้าเห็นด้วย ก็ คลิกอ่าน บทความอื่นๆ ที่ รูปข้างบนนี้ หรือ คลิกที่นี่ ได้เลยครับ

มีด้วยหรือ คนที่หลอกเราในเรื่อง ข้อมูลท่องเที่ยว?

โอ...มีสิครับ เยอะด้วย ผมนิยามพวกนี้คร่าวๆว่าเป็น นักเฝ้าเว็บบอร์ด อ่ะครับ คือ เค้าคิดเหมือน "กบ" ว่า โลกทั้งใบอยู่แค่ในเว็บบอร์ดเท่านั้นเอง จึงไม่มีเวลาเหลือสำหรับ เสาะหาโอกาสพัฒนาโลกทรรศน์ ใน โลกกว้างจริงๆ เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิต เลย

แต่ที่ น่าเสียดาย คือ มักไม่รู้ตัว (แม้เวลาจะผ่านเลยไป ก็จำหลักอยู่ในทัศนคติเดิมๆ หาผลงานที่เป็นประโยชน์ไม่ได้เลย)และ

ที่ น่าเศร้า และ เป็นบาป เป็นภัย ก็คือ สร้างปัญหาให้ มือใหม่ไก่อ่อน ที่เผลอไปสุงสิงด้วย พลอย หลงเชื่อ ประสาถูก พวกมากลากไป เปลี่ยนเป็น นิยม ความสุขปลอมๆตามกระแสอย่างมืดมัว โดยไม่รู้ตัวว่า หาเรื่องทุกข์ใส่ตัวโดยใช่เหตุแท้ๆ ไปด้วยอ่ะครับ

นักเฝ้าเว็บบอร์ด หรือ ขาประจำ ทั้งหลาย จะมี คุณสมบัติ (?)ตามที่ระบุไว้ในกรอบข้างบน 7 ข้อ* นั่นแหละ และผมก็ได้เขียนเตือนไว้ในหนังสือหลายเล่มด้วย ดังนี้ครับ

* นักเฝ้าเว็บบอร์ด เกือบจะร้อยทั้งร้อย คือประเภท พูดคุยกับผู้คนซึ่งๆหน้าไม่เป็น ยิ่งกับคนแปลกหน้า (โดยเฉพาะในเมืองนอก)ละก็ อย่าได้หวัง ... เพราะชีวิตส่วนใหญ่ ไม่เคยเรียนรู้ศิลปะในการสื่อสารกับผู้คนในทางบวกเลย ใช้ผ่านอุปกรณ์ ไอที เป็นหลัก คลิกดูลิงค์ http://goo.gl/sknyr 
 นี้ได้ครับ  

 

 



จากประสบการณ์ การตอบคำถามเพื่อนๆทางโทรศัพท์ และทาง เมล์ ทุกวัน กว่า 5 ปี มานี่ ผมพบว่า

คนที่มีปัญหามาก (ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด) คือ คนที่จะไปเที่ยว แล้วตะลุยอ่านเว็บบอร์ดโน่นเว็บบอร์ดนี่จน ข้อมูลท่วมล้น สับสน เพราะ สำลักข้อมูล นี่แหละครับ

คือ มีทั้ง ถามจุกถามจิก ถามหยุมถามหยิม และ ถามกว้างออกทะเล เดี๋ยว ถามซ้าย เดี๋ยว ย้ายมาถามขวา หรือไม่ก็อยู่ๆ ถามยูเทิร์นกลับไปกลับมา ซะดื้อๆ .... ตอบอะไรไปก็ไม่ค่อยจะเชื่อ ซักแล้วซักอีก จับประเด็นอะไรเป็นสาระไม่ได้เลย ประหนึ่ง ความต้องการ มีเพียงอย่างเดียว คือ อยากให้ทุกอย่าง เพอร์เฟคท์ เป็น ซุปเปอร์ทริป ที่ติดอันดับ กวินเนสส์บุ๊ค เท่านั้น 555

อะไรทำให้พวกเค้าเป็นอย่างนั้นหรือ?

คำตอบง่ายๆก็คือ ชอบเสิร์ชหาข้อมูล แต่กลั่นกรองไม่เป็น ไงล่ะครับ

ทำไมถึงกลั่นกรองไม่เป็น?

ก็เพราะ ชอบทำอะไรง่ายๆ เชื่ออะไรง่ายๆ โดยไม่ตรวจสอบ ไงล่ะครับ ทั้งๆที่มี เครื่องมือ ให้ เสิร์ชหา ประวัติความเป็นมา อยู่แค่ คลิก (ดังเนื้อหาข้างบน)เท่านั้น  

ความหลงเชื่ออะไรง่ายๆ อีกสาเหตุหนึ่ง ก็คือ คิดอะไรชั้นเดียว ไม่ยอมคิดต่อถึงเบื้องหน้าเบื้องหลัง ไงล่ะครับ

ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ ไม่เข้าใจว่า คนที่เราเห็นชื่อบ่อยๆถี่ยิบในบอร์ด นั้น ไม่ได้แปลว่า รู้จริงประสบการณ์เชี่ยว หรอก ต้อง คิดต่อไปอีกชั้น ถึง Motive-แรงผลัก ว่า

ที่แท้เป็น คนอ่อนแอ ขี้เหงา ที่ชอบเรียกร้องความสนใจ ด้วยวิธีการต่างๆ (นอกจาก หาเรื่อง วิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิ ประนาม ได้ทุกเรื่องดังที่กล่าวมาแล้ว) หรือเปล่า?

อาทิ...

 

- นั่ง เฝ้าบอร์ดทั้งวัน เข้าไปแทบทุกกระทู้ ช่างจดช่างจำเรื่องราว ทั้งอดีตปัจจุบันของแต่ละคน เพื่อเขียนชื่นเขียนชม โดย หวังให้เค้ากลับมาทักทายตอบแทนในกระทู้ของตัวเอง จะได้คึกคัก แม้ เนื้อหารีวิว จะ กระท่อนกระแท่น โหรงเหรง (เที่ยวผิดเที่ยวถูก สะเปะสะปะ แบบ เสียดายเงินแทน)เจิ่งนองไปด้วยเรื่องเจ๊าะแจ๊ะจ๋อแจ๋ (อาการหนักถึงขั้น ตอบทีละความเห็น เพื่อให้ยอดคลิกจำนวนความเห็นมากๆก็มี)ก็ยอม

ออกทริป เป็นว่าเล่น ถึงขนาด ประกาศ ปริมาณทริปลงหัวข้อกระทู้ แต่ เนื้อหารีวิว หรอมแหรม เน้นอวดว่า ได้ไป แต่ ใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย เมื่อไม่มีคนสนใจ ก็หันมาใช้วิธี ตั้งกระทู้ สอบถามข้อมูลประเทศโน้นประเทศนี้ก่อนไป ซ่อนเร้นเจตนา โฆษณาทางอ้อม เพื่อให้คนมา (แกล้ง)ชมว่ายอดว่าเยี่ยม น่าอิจฉาจัง ซะงั้น

ถาม How ตอบ What เช่นถามว่า จากนี่ไปนั่นได้อย่างไร? แทนที่จะ แปะลิงค์ ตารางเดินรถ หรือ ลงรูปตัวอย่าง ประกอบเล็กน้อย เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น แล้วให้เค้าไป ค้นคว้าต่อเอง  ก็ โหมกระหน่ำ แนะนำ ทางเลือก แทบทั้งหมดที่มี โดย ปริ้นท์หน้าจอ ประกอบมาเป็นพรืด (ใช้เวลาแค่ไหน ไม่อยากคิด) เล่นเอา คนถาม จับต้นชนปลายไม่ถูกว่า ตกลงใครกันแน่ที่ ฉลาดน้อย แต่ก็ต้อง “ขอบคุณมากกกกกกกๆๆๆๆๆเลย” ไปตามแกน ทั้งๆที่อยาก อุทาน "OMG" "WTH" ด้วย จิตเวทนา ก็เถอะ

- เป็นตัวตั้งตัวตี ทำกิจกรรมที่ ไร้สาระ กินเวลามาก (แอบเอาเวลางานมาทำอีกต่างหาก)ผิดวิสัย ของคนที่มี ชีวิตชื่นสุข อุดมด้วย ญาติมิตรดี ใน โลกจริง

- เขียนเล่าถึง ความเจ็บไข้ได้ป่วย ของตัวเอง หรือของญาติผู้ใหญ่ ทั้งๆที่เป็น ข้อห้ามในการสนทนา/สัมพันธ์ ข้อหลัก ที่หนักหนาสากรรจ์กว่า การเล่าเรื่องบุตรหลาน เพราะทำให้คน เบื่อหน่าย (ดูถูกในใจ) ต้อง ปลอบประโลม หรือ เอออวย ไปอย่างเสียไม่ได้

ตีคารมโวหาร ทั้งๆที่ มีปัญหาทางการศึกษา และ/หรือ สามัญสำนึก เช่น

.... สำนวน "เต่ากัดยาง" เฮียเล่นเป็น "กบกัดยาง" ซะดื้อๆ แถมคนแกล้งถามย้ำซ้ำอีก ก็ยังไม่รู้ตัว (เหตุผลเดียวที่ ซตพ.ว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ก็คือ อยู่ "เว็บกบ" มานาน จนกลายเป็น "กบ" ไปแล้ว เหอ เหอ)

.... พยายาม ตั้งชื่อ เป็นภาษา ฝาหรั่ง ให้ เก๋ เท่ มีรสนิยม (แต่เจ๊ก็ค่อนไปทาง ฝรั่งดองรถเข็น มากกว่า) เพราะความหมายที่แปลตรงๆ ก็คือ "(อยู่ในบ้านก็)โดดเดี่ยว แถม (ออก) นอก (บ้าน ก็)เปลี่ยวเปล่า" ซะงั้น 555

.... รู้ภาษาจีน แค่ หางกบ แต่ ซิ้ม บังอาจแนะนำ ภาษาเขียน ให้คน เอาไปใช้เป็น ภาษาพูด (บ้าดีแท้)แถม แสดงทรรศนะกบ ว่า การให้ แท๊กซี่ เซ็นชื่อหลังจาก ตกลงราคา เป็นการไม่ให้เกียรติเค้า ซะอีก ถ้าซิ้มได้อ่าน รีวิวยูนนานรอบสอง ที่ แท๊กซี่รายนั้น ไม่เพียงแต่ ดีใจที่เจอ ยัง อาสาขับพาผมไปส่งโรงแรมฟรี อีกต่างหาก .ไม่ทราบว่าซิ้มจะ อับอายเป็น จนไม่กล้าโผล่หน้าขึ้นมาจาก ริมตลิ่ง หรือเปล่า....เหอ เหอ

ฯลฯ คลิกอ่านเพิ่มได้ที่นี่



ถ้า หลงผิด ไป ชื่นชม นักเฝ้าเว็บบอร์ด เหล่านี้ ด้วยเข้าใจผิดว่า ป้อบปูล่าร์ จึงน่าเชื่อถือ ละก็ เป็นไม่แคล้ว ติดเชื้อ กลายเป็น คนอ่อนแอ ไร้สาระ ไปด้วยในไม่ช้าก็เร็ว ไม่ได้ เที่ยวอย่างมีความสุข มีเพื่อนทุกแห่งที่ไป เหมือนคนอื่น อย่างที่ควรจะเป็น หรอกครับ

วิธีตรวจสอบง่ายๆ ที่แนะนำบ่อยๆก็คือ ก้อปชื่อ และ ชื่อเว็บ ไปค้นดูประวัติ ใน www.google.co.th ก็จะทราบครับว่า เป็น ทองแท้ ทองชุบ ทองเหลือง หรือ ตะกั่วป้ายสี ครับ

 




การเสิร์ชประวัติจาก กุ๊กเกิ้ล อย่างที่บอก จะช่วยให้เราพิจารณาข้อมูลได้ถี่ถ้วนขึ้นอย่างไร?

ถ้าทำอย่างนี้ก็จะได้ไอเดียแยะครับ ตัวอย่างเช่น เราต้องการทราบประวัติของคนที่ใช้ชื่อว่า "ว่างมาก" ในเว็บบอร์ด "nonsense.com" เราก็พิมพ์ลงในช่องว่า "ว่างมาก site:nonsense.com" ก็จะได้ ข้อเขียน ของ "ว่างมาก" ไม่มากก็น้อยครับ...

ซึ่งเมื่อลองอ่านดูแล้ว สามารถสรุปได้เลยว่า เป็นคนทีมีความคิด สติปัญญา ระดับใด? มีพื้นฐาน สถานะอย่างไร? ยิ่งถ้าบังเอิญมี ลงรูปเจ้าตัว (และหรือคนใกล้ตัว)ด้วย รับรองได้เลยว่า รูปลักษณ์ (หน้าตา ท่าทาง การแต่งกาย สภาพแวดล้อม ฯลฯ ทั้ง ภาพสร้าง และ ภาพหลุด) จะ สัมพันธ์ กับ ภาษาที่ใช้ ความเห็นที่แสดงออก ทัศนคติที่มี (ในกระทู้นินทาคนอื่น)อย่างหมาะเหม็ง*เชียวครับ อุอุ

แหะ แหะ ...ไม่เป็นการ เสียเวลาเปล่า หรอกครับ เพราะนอกจากจะทำให้ วิเคราะห์เป็น ร้อง อ๋อ แล้ว ยังได้ อารมณ์ ไม่ต่างจากการชม มหรสพบันเทิง ที่นำความ ครึกครื้น มาสู่ทีเดียว

* อาทิ... 2 ตุ๊กตุ่นท่องแดนซามูไร และ ป้าขนมถ้วย(ที่ระดับความหยาบขั้นช๊อกซีเนม่า) ฯลฯ ..จึ๋ยยย์


ยกตัวอย่าง มีคนเขียนตำหนิ หนังสือญี่ปุ่น ของผมว่า มีแต่น้ำ ผมก็ใช้ กุ๊กเกิ้ล นี่แหละครับ เช็คดู ซึ่งก็ทำให้ทราบว่า

น้องเค้า จะไปเที่ยวกับ ทัวร์ แล้วทัวร์ ปล่อยอิสระ 1 วัน ก็เลย ตะลุย เสิร์ชหาข้อมูล ตั้งกระทู้ถาม (วางโปรแกรม ลงรูปประกอบ เพื่อให้ช่วยตรวจการบ้านอีกต่างหาก)ซื้อหนังสืออ่าน ประมาณ เตรียมทัพม้าทัพช้าง จัดศาสตราวุธ ให้ พร้อมรบ กับ แมลงหวี่ 555

ความจริง ถ้าน้องเค้ามี สามัญสำนึก เหมือน ปรกติชน คนขายก๋วยเตี๋ยวทั่วไป หน่อย แค่เปิด หน้าแรก โทร.มาถาม ผมก็จะบอกให้ ไปดู หน้า 18 และหน้าอื่นๆประกอบอีกแค่หน้าสองหน้า ก็กระจ่างแล้ว ไม่ต้องซื้อหนังสือ (ที่ทำให้คนเที่ยวเอง ราคาแพงกว่าทุกเล่มที่มีบนแผง อุอุ)ด้วยซ้ำไป

แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละครับ ดู ภาษาหยาบคาย ที่ใช้ ก็อดสงสารไม่ได้ว่า คงไม่มี ศักยภาพ มากพอที่จะทำในสิ่งที่ คนทั่วไปวัย 16 ขึ้น เห็นเป็นเรื่อง ปอกกล้วย อย่างนี้ จนกว่าจะมี วาสนา ดวงตาเห็นธรรม สลัดตัวให้ หลุดพ้น จาก สมาคมเที่ยว 3 ทุกข์ หรือ เว็บกบ ได้ หุหุหุ  


อีกราย ยิ่ง เพี้ยน เข้าไปใหญ่ จู่ๆก็โผล่พรวดมา ตำหนิผม เรื่อง แนะนำให้คนติดช้อนส้อม ติดหมูหยอง ติดร่ม ไปด้วย และค่อนแขวะผม เรื่องสำนวน นักเฝ้าเว็บบอร์ด

ปรากฏว่า ไม่กล้าเที่ยวเอง ไปกับทัวร์ (ที่ก่อนไป ก็สารภาพว่า กังวล ตุ๋มๆต่อมๆ)ซึ่งแน่นอนว่า ทานภัตตาคารร่วมกับคณะไทยๆ อันอุดมด้วยเนื้ออยู่แล้ว (ช้อนส้อม หมูหยอง เลยไม่มีประโยชน์ ..สงสัยว่า คงติดตัวไปด้วย จนโดนคณะทัวร์หัวเราะเยาะใส่ เลยพาลมาโกรธผม.. อิอิ) แล้วยัง เอา ร่มเมืองจีน ร่มร้านสะดวกซื้อ ราคา 30-50 บาท มาเทียบกับ ร่มที่ผมแนะนำให้ใช้ เสียอีก

ที่สำคัญ ก่อนหน้านั้น ไม่เคยไป เกาหลี แท้ๆ ยัง บังอาจ ไปแนะนำคนอื่น เรื่อง ตม.เป็นคุ้งเป็นแควซะงั้น เข้าข่าย นักเฝ้าบอร์ดยกเมฆ เห็นๆ...สุดท้าย กรรมก็ตามทัน ไปโดนหลอกต้มที่ เวียตนาม เพราะ ไม่ได้ พกสมอง สติ ปัญญา ไปด้วย......   น่าสงสารไหมล่ะครับ ท่านผู้ชม 555 


 

แล้วเราควรจะเชื่อพวกที่ยกย่องกันว่า เป็น เซียน หรือ กูรู ประเทศโน้นประเทศนี้หรือเปล่า?

ผมไม่คิดว่า จะมีใครสามารถเป็น เซียน หรือ กูรู ประเทศใดประเทศหนึ่งได้หรอกครับ เพราะแม้แต่ คนท้องถิ่น เอง ก็จะรู้เรื่อง ประเทศของตัวเอง เพียง บางเรื่อง เท่านั้น สำมะหาอะไรกับ นักท่องเที่ยว ที่ไปอยู่แป๊บๆไม่กี่วัน ต่อให้ไปหลายเที่ยวก็เถอะ ว่าไหมครับ?

เพราะฉะนั้น คุณภาพของรีวิว จึงเป็น ตัวประเมิน ที่ดีที่สุดครับ ถ้า ช่างสังเกต และ อ่านระหว่างบรรทัดออก อ่านระหว่างบรรทัดเป็น ก็จะมองออกว่า เป็น กู(ใน)รู (แคบๆ)หรือ เซียน(เป็นเกว้อ)เซียน(เกร้อ)ครับ อิอิ

ทั้ง เซียนเกร้อ หรือ เซียนเป็นเกว้อ และ กูในรูแคบๆ ว่าไปก็คือ นักเฝ้าเว็บบอร์ด ดีๆนี่แหละ เพียงแต่ เจ้าเล่ห์ มี ลูกไม้ หน่อย คือ เลือกเข้าไปแจมแต่ในกระทู้ที่คึกคัก ต่างจาก นักเฝ้าเว็บบอร์ด ประเภท เหงามือ เหงาคนคบหา ที่จะ โพสต์เรี่ยราดไปทั่ว ครับ

ลองอ่าน คำเตือน ที่ผมลงไว้ใน หนังสือญี่ปุ่น ข้างล่างนี้สิครับ

 




แล้ว อ่านระหว่างบรรทัด คืออะไร?

ภาษาอังกฤษ คือ Read Between The Lines ความหมายก็อย่างที่บอกว่า อย่าคิดชั้นเดียว ต้องคิดต่อ นั่นแหละครับว่า อะไรทำให้เค้าเขียนอย่างนั้น? อะไรทำให้เค้ามี พฤติกรรม และ ทัศนคติ อย่างนั้น?

ที่สังเกตง่ายๆ คือ การเขียนขัดแย้งกันเอง แบบไม่มีตรรกะ ก็ย่อมแสดงว่า ไม่ใช่ข้อเท็จจริง แต่มีเจตนา กลบเกลื่อน ด้วยการอ้างโน้นนี่ไปทั่วนั่นเอง 

ลองอ่านข้างล่างนี้ดูสิครับ
 

ถามเรื่อง คู่กัด

พี่วุฒิคะ
ขอถามเรื่องกระทู้ดังในอีกเว็บหนึ่งหน่อยนะคะ เพราะอ่านแล้วสะดุดอยู่กับ คนที่ใช้ชื่อว่า xxxx แบบว่าดูเหมือนแกจะเข้าไปเล่นงานพี่แทบทุกกระทู้ที่ พี่โดนงานเข้า เลย จน xxx อดสงสัยไม่ได้ว่า มีความหลังฝังจำอะไรกันหรือเปล่า เพราะเท่าที่ xxxx รู้จักพี่มา ไม่เชื่อที่แกเขียนเลย แล้วทำไมพี่ไม่เห็นตอบโต้อะไร เพราะคนที่หลงเชื่อเขาก็มีนะคะ

แหะ แหะ ตกลงคนที่ทำท่าว่าจะเชื่อเค้าคนล่าสุด คงเป็น คุณ xxxx เองลาม้าง อิอิอิ (เอ้อ แซวเล่นนะครับ)

เรื่อง คุณป้า (เรียกตามหลายๆคนใน บ.เค้าที่เจอบ่อย ฮิฮิ) ที่สถาปนาตัวเองเป็น  เซียน คนนี้ ผมอ่านความเห็นเค้าทีไร ก็ขำกลิ้งทุกทีเลยครับ (พอๆกับ อีก เซียน ที่ถึงขนาดโดน การ์ดรถ ขอตรวจพาสปอร์ต เดาว่า หน้าตาท่าทางคงบ๊องแบ๊ว และ แต่งตัวรุ่มร่ามประมาณคุณป้า จนเป็นพิรุธ ถูกสงสัยว่าจะเป็น Stowaway หรือไม่ก็ Spy Hard เพราะไป Investigate ตู้รถไฟต่างๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย 555)

ยิ่งตอนคุณป้าสอนว่า ก่อนไปเที่ยว ให้เอาแผนที่ใบใหญ่วางบนพื้นบ้านแล้วแต้มลากเส้นเพื่อศึกษาว่า ที่ไหนอยู่ตรงไหน? เล่นเอาพวกเราเก็บไปเป็นมุก ฮาก๊ากกันน้ำหูน้ำตาไหลว่า "ป้าจะหลอกให้ช่วยหา สันปันน้ำ มั้ง" เพราะฉะนั้น จึงไม่ค่อยเชื่อว่า คนมีสติปัญญา จะ อ่านระหว่างบรรทัด ไม่ออกว่า เค้าเขียนทำไม? และ อะไรเป็นแรงผลักให้ Desperate  อย่างนั้น? อ่ะครับ

ถ้า คุณ xxxx สนใจ ก็ไปที่ เว็บ xxxx แล้วเสิร์ชอ่านรีวิวของ คุณป้าเค้า ดูได้ครับ เชื่อว่า แค่ รีวิว เกาหลี และ รีวิว ลาว ก็พอจะเห็นเค้าลางว่า ขอบฟ้าของ คุณป้าเค้า กว้างไกลแค่ไหน? อ่ะครับ อิอิอิ
รีการ์ดส
วุฒิ


เป็นไงครับ พอเก๊ตไอเดียหรือยัง?

งั้นผมแย้มต่อแล้วกันนะครับว่า...

คุณป้า ที่ตั้งตัวเป็น เซียน เอง นายนี้ จะไม่กล้าทำรีวิวละเอียดเวลาเที่ยวคนเดียวหรอกครับ เพราะเคยทำครั้งไปเที่ยว เกาหลี ครั้งเดียว ก็กลายเป็น ตัวโจ๊ก ในสายตาของ คนไปทีหลัง แล้ว

คิดดูสิครับ อุตส่าห์ไปตั้ง 7 วัน แต่ดัน เที่ยววน ใน โซล เป็น หนูติดจั่น อยู่ในรัศมีไม่เกิน 5 ตารางกิโลเมตร มั้ง แต่บังอาจบอกว่า กรุงโซลไม่น่าสนใจ เป็นที่เปลี่ยนเครื่องไปที่อื่นเท่านั้น* แถมสรุปว่า ยังเที่ยวไม่ถึงครึ่ง ซะงั้น

* เห็นไหมครับ ประโยค "เที่ยวยังไม่ถึงครึ่ง" ขัดแย้งกับ ประโยค "ไม่น่าสนใจ..." หรือเปล่า.... อุอุอุ

ว่าไป คุณป้า นายนี้นี่เอง ที่เป็น แรงบันดาลใจ ให้ผมอยากไป เกาหลี และทำรีวิวออกมาเป็นการ ล้างพิษ จนอากาศบริสุทธิ์ผุดผ่อง ผู้คนแห่ตามไปเที่ยวกันยกใหญ่จนถึงทุกวันนี้แหละครับ

ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะผมบังเอิญได้ ร่วมทริปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยกันกับ กลุ่มคุณป้า ก็เลยถึง บางอ้อ ว่า เดินตามต๋อยๆลูกเดียว ทำอะไรไม่เป็นเลย เรื่องติดต่อรถ-เรือ-ที่พัก ต้องจัดการให้หมด น้องในกลุ่มเจอปัญหา ก็หลบไปเอามือซุกหีบเฉย ...ยิ่งใครได้ เห็นตัว และ การแต่งตัว ของ คุณป้า แล้ว รับรองร้องอ๋อเลยว่า ทำไมถึงต้องวางเงื่อนไขเวลารวมกลุ่มว่า ห้ามถ่ายรูปไปโพสต์เด็ดขาด (แต่ไม่ยักกำหนดล่วงหน้าว่า เจอตัวจริงแล้ว ต้องคบต่อ ห้ามบ๊ายบายลาจากนะ 555)

คุณป้า และ กลุ่ม ถนัด แค่ 2 เรื่อง คือ

1. สวา--- มื้อละเป็นชั่วโมง (ซึ่งไม่น่าจะเกี่ยวกับ เพราะเป็นเงินกองกลาง)ผมและคุณนายใช้เวลา 15 นาทีก็ต้องขอตัวไปเดินเที่ยวแทน  และ

2. จับกลุ่มเม้าธ์นินทาผู้คนบนเว็บบอร์ด ทั้งในรถนอกรถ (เราเลยขอแยกหลายช่วง จนเที่ยวได้มากกว่าเป็นครึ่ง)
 

การเป็น นักเฝ้าเว็บบอร์ด ที่ ฝังตัว อยู่ใน โลกแคบๆ นี่เอง ที่ทำให้ ปริมาตรของประสบการณ์ เมื่อเทียบกับ ปริมาณทริป ค่อนไปทาง กะปริดกะปรอยเต็มทน ซึ่งเป็นเรื่อง น่าเสียดาย มากครับ ทั้งๆที่ เดินทางบ่อย เพราะสามารถ ใช้สิทธิ์ตั๋วถูกตั๋วฟรีจากหน้าที่การงาน แท้ๆ ....เหอ เหอ 







 




 

ข้างล่างนี้ เป็นข้อเขียนบางส่วน ใน รีวิว สิงคโปร์  ซึ่งคิดว่า คงเป็นประโยชน์ ครับ

 

 

ขออนุญาต รีวิว ส่วนที่เป็น ข้อมูล ของ สิงคโปร์ สักเล็กน้อยก่อนนะครับ เพราะเป็น เมืองฮิต เหลือเกินสำหรับ นักท่องเที่ยวไทย ...อย่างน้อย จะได้มีส่วนช่วยให้เพื่อนๆ เที่ยวได้ง่าย เที่ยวได้สบายขึ้น ไม่ต้อง ทุกข์ก่อนเที่ยว ทุกข์ระหว่างเที่ยว หรือ แม้แต่ ทุกข์หลังเที่ยว (ซึ่งโชคดีที่ไม่ค่อยมี) นะครับ 
.
ทุกข์ก่อนเที่ยว .....ไม่เอานะครับ เรื่องที่จะต้อง ถามหาข้อมูลเป็นบ้าเป็นหลัง แบบทุกอย่างต้องเป๊ะๆๆ เป็น พิมพ์เขียว ....ต้อง ร่างโปรแกรม ให้ เหล่าอาจารย์ ตรวจการบ้าน แก้การบ้าน ยิ่งกว่า กวดวิชา ......เช้าไปซ้าย บ่ายไปขวา....จากที่นี่ต้องไปที่นั่น จากที่นั่นต้องต่อที่นี่... โน่นต้องไปดูพระอาทิตย์ขึ้น นั่นต้องไปเฝ้าพระอาทิตย์ตก.... อันนี้ห้ามพลาด อันโน้นขาดไม่ได้.... จานนี้ต้องทาน จานโน้นต้องเจี๊ยะ...ไม่เอานะครับ นั่นเค้าเรียกว่า ตั้งท่าไปทำข้อสอบ ไปเล่นเกมซ่อนหา ไม่เรียกว่า เตรียมไปเที่ยว หรอก จึงไม่ต้องถามให้เสียเวลาว่า ทุกข์ก่อนเที่ยว หรือเปล่า? นะครับ... อิอิ 

.  
ทุกข์ระหว่างเที่ยว ......นี่ก็ไม่เอานะครับ เที่ยวแบบ เดินงุดๆๆๆๆๆ ก้มหน้าดูโพย โปรยตาสอดส่าย ไม่ได้พูดคุยกับผู้คนท้องถิ่นสักแอะเดียว ....จะไปไหนก็ใช้วิธี กางแผนที่ และ เพ่งใบบอกที่ปริ้นท์มา เอา.... เค้าให้ ขวาหัน ซ้ายหัน ก็ ว่านอนสอนง่าย จะได้ไปครบทุกที่....  ออกจากที่พัก ก็ จ้ำ จ้ำ จ้ำ ...ขึ้นรถ ลงรถ... ลุย ลุย ลุย.... หน้าดำคร่ำเครียด จนขาแทบหลุด แล้วก็ อ่อนระโหย กลับโรงแรมแบบ หมดสภาพ ....ขอปลื้มแค่ว่า อันนั้นก็ได้เห็นแล้วนะ อันโน้นก็ได้เจอแล้วเนอะ ราวกับ ทริปเมืองลอดช่อง นี้ เป็น ทริปแรก และ ทริปสุดท้าย... บ๊าย บาย จะไม่ได้เจอะเจออีกแล้ว อย่างนั้นแหละ..... แบบนี้ก็ไม่เอานะครับ เพราะเหมือน ไปใช้กรรม ไปฝึกสนาม มากกว่า ไปผ่อนคลาย ไปเปิดหูเปิดตา หาความสุข นะครับ  ....อิอิ 
  

สิงคโปร์ เที่ยวง่าย ใช้งบไม่มาก .... ขอให้เชื่อเถิดครับว่า ถ้าอายุยังไม่ถึง 50 คงได้ไปแล้วไปอีกหลายรอบ... พลาดตรงไหน ย่อมแก้ตัวใหม่ได้เสมอ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นที่ต้อง ตีอกชกศีรษะแต่อย่างใด....
.

เพราะฉะนั้น อย่าไปทำ เรื่องง่าย ให้เป็น เรื่องยาก เลยนะครับ อย่าไปทำ เรื่องที่ควรสนุก ให้เป็น เรื่องที่จุกหน้าอก เลยนะครับ....อิอิ

 

เพราะฉะนั้น ขอได้โปรด....

อย่าเลยนะครับ...อย่าไปวุ่นวายเสิร์ชเว็บ ....อย่าไปวางโปรแกรม หรือ ให้ใครวางโปรแกรมให้ จนกระทั่งพลอยทำให้เรา ขาดรสชาติของชีวิตท่องเที่ยว ไปโดยใช่เหตุ เลยนะครับ ......

เที่ยว เมืองทันสมัย ที่มี ระบบขนส่งมวลชน ดีพร้อม... อยากไปไหน? เมื่อไหร่? ไปได้ดังใจ อย่าง ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น กวางเจา ปักกิ่ง คุนหมิง เฉิงตู  ฮานอย ไซ่ง่อน หรือ แม้แต่ อิตาลี รวมทั้ง สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง มะละกา ....อย่าเลยนะครับ อย่าไป เที่ยวตามใคร เลยนะครับ เป็น ตัวของตัวเอง ได้ครับ

ย้ำ...เป็นตัวของตัวเอง ได้ครับ
ลองผิดลองถูก ได้ครับ

หากต้องมีอันหลงทางบ้าง จะเป็นอะไรไปครับ?

- หลงทาง ก็แค่ เสียเวลา ไม่ใช่ ไม่เป็น เรื่องเซ่อเรื่องซ่า ที่ น่าอับอาย หรอกครับ

- หลงทาง ก็แค่ ถามทางคน แล้วไปใหม่ ก็เท่านั้น ได้ ขำตัวเอง ได้ รู้เส้นทางจนจำแม่น และ ได้ อ้าปากพูดคุยกับคนท้องถิ่น ได้ เพื่อน อีกต่างหาก

- หลงทาง ก็แค่ เดินไกล นิด เสียค่ารถ เพิ่มหน่อย แต่ได้ ความรู้ ประสบการณ์ มาเพียบ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ไม่ต้องสร้างสถานการณ์จำลอง ให้เรา หัดแก้ปัญหา เหมือนตอน เรียนมหาลัย อีกต่างหาก

แถมยัง.....

ไม่ใช่เพราะหลงทางหรอกหรือครับ? ที่ทำให้เราได้ รู้แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ยังไม่มีใครได้ลิ้มลอง แต่เราได้เป็น คนแรก ที่ได้โอกาสมา อวดใครต่อใคร กลายเป็น เซียน เป็น กูรู ไปเลย

คนที่เราไปถามข้อมูลเค้า ที่เค้า จำทางแม่น ก็ ไม่ใช่เพราะ หลงทาง มาก่อนหรือครับ?

เห็นไหมครับว่า เพราะกล้าลอง กล้าทำผิด แท้ๆ เลยได้ เท่ ไปเลย

ได้ยืดอกบอกใครๆว่า "ทำอย่างโน้นสิ" "ทำอย่างนี้สิ" เพียงเพราะอีกคน ไม่กล้าลอง ไม่กล้าทำผิด เท่านั้นเอง

ตลกดีไหมครับ?

ตลกดีไหมครับ? เหมือนเวลา จะไปทานอาหารฝรั่ง ต้อง อ่านตำรา ต้อง ถามคนอื่น ก่อนไปว่า จะใช้อุปกรณ์อันไหนก่อน? ทานอะไรก่อน? ตักน้ำแกงเข้าตัวหรือออกจากตัว? ทั้งๆที่....

ไปถึงที่ ดู ตัวอย่างคนอื่น ก็ได้
ถาม เพื่อนร่วมโต๊ะ ก็ได้...
ถาม พนักงานเสิร์ฟ.. ถาม กัปตัน ก็ได้..

ไม่ใช่ เรื่องขายหน้า อะไรเลย..... เพราะที่แน่ๆ เป็นที่รับรู้ของทุกคนได้ คือ ที่เราทำไม่เป็น เพราะยังไม่เคย... แต่เรามี ตัง อ่ะ


มีตังทานอ่ะ...มีตังเที่ยวอ่ะ

ไม่เชื่อไปหาหนัง เรื่อง Pretty Woman ที่ เจ๊บานฉ่ำ จูเลีย โรเบิร์ต แสดงคู่ ริชาร์ด เกียร์ มาดูนะครับ

เมืองท่องเที่ยว ที่เที่ยวง่ายๆ อย่าง สิงคโปร์ นี้ เราสามารถ เลือกเที่ยว ได้เองอยู่แล้วครับ

เป็น ผู้นำ ดีกว่า เป็น ผู้ตาม นะครับ

และ ในเมื่อ เลือกเป็น ผู้นำ ได้ แล้วจะ ดิ้นรน หรือ ตระหนก ตกใจ จนยอมไปเป็น ผู้ตาม ทำไมครับ?


กูรู ใน กะลามืด

จอห์น กำลังจะเดินทางไปเที่ยว กรุงโรม ประเทศ อิตาลี จึงแวะไปตัดผมที่ร้าน โดยหารู้ไม่ว่า ดวงซวย ให้ต้องเจอะเจอ ช่างตัดผมแสนรู้ ผู้สถาปนาตัวเอง เป็น กูรูนักเที่ยว เข้าให้ เพราะทันทีที่เปรยขึ้นมาเท่านั้น อีกฝ่ายก็ออกท่า ระอา ฉับพลัน ส่ายศีรษะไปมา พร้อมพล่ามว่า

“ยังมีใครบ้าพอที่จะไปเที่ยวโรมอีกเหรอนี่  แค่นึกภาพเห็น บ้านเมืองที่สีพ่นสกปรก พวกเลี่ยนเอะอะมะเทิ่งเกลื่อนเมือง ก็หมดอารมณ์แล้วคุณ ว่าแต่ไปสายการบินไหนล่ะ?”

“อ๋อ TWA ครับ พอดีได้ตั่วราคาพิเศษมา..”

“TWA นะหรือ? จะบ้าตาย คุณไม่รู้หรือว่า เจ้านี้มันใกล้จะจอดป้ายเต็มทนแล้ว เครื่องบินก็รุ่นสงครามโลกโน่น  แถมแอร์ฯก็เป็นพวกวัยทองขึ้นคานปากชักยนต์ทั้งนั้น หาความเจริญหูเจริญตาไม่ได้เร้ยยย เตรียมเผื่อใจได้เลยว่า รับรองดีเลย์อย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง เพราะเจอจนเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันทุกราย... แล้วไปพักที่ไหนในโรมล่ะ?”

“จองไว้ที่ International Marriott ครับ เห็นเค้าว่าอยู่ใจกลางเมืองเลย”

“โอยย ...เวรกรรม โรงแรมนี้กระจอกสุดๆเลยนะจะบอกให้ ห้องแคบยังกะรูหนู บริการก็ห่วยแตก ไม่สมราคา ให้พักฟรีผมยังคิดหลายตระหลบเร้ยย....ท่าทางคุณคงมีธุระจำเป็นน่ะสิ ถึงต้องจำใจไปโรมอย่างเสียไม่ได้?”

“อ๋อ ตั้งใจจะไป วาติกัน ไปนมัสการ พระคุณเจ้าสันตปาปา สักครั้งหนึ่งในชีวิตอ่ะครับ”

“ฝันไปละมั้งคุณ รู้ปล่าวว่าวันๆมีคนไปหาท่านเป็นล้าน อย่างเก่งก็แค่เห็นท่านไกลๆองค์เท่ามดนั่นแหละ นี่ว่าก็ว่าเถอะนะ ผมเห็นใจและสงสารคุณจริงๆ ยังไงก็ขอให้โชคดีละกัน อย่าลืมสวดมนต์บ่อยๆเข้าไว้ล่ะ”

หนึ่งเดือนต่อมา จอห์น กลับไปยังร้านตัดผมแห่งนี้ อีกครั้งหนึ่ง และ เป็นไปดังคาด เพราะ ช่างตัดผมแสนรู้ รีบปรี่เข้ามาหา แล้วเปิดฉากถามเรื่อง ทริปโรม ทันควัน

“โห...สุดยอดเลยครับ” จอห์น บอก “TWA นอกจากใช้เครื่องแอร์บัสลำใหม่เอี่ยมแล้ว ยังตรงเวลาเป๊ะๆแบบตั้งนาฬิกาเทียบได้เลย และที่ยิ่งกว่าถูกหวยก็คือ เที่ยวที่ไป รับผู้โดยสารคณะทัวร์เต็มลำ เค้าก็เลย อัพเกรด ผมไปที่ ชั้น เฟิร์สท์คลาสส อาหารชั้นหนึ่ง แถมไวน์ไม่อั้น แล้วก็ แล้วก็.. แอร์ฯเอ๊าะๆ วัยไม่เกิน 25-26 ยังคอยจ๊ะจ๋าเอาอกเอาใจตลอดเวลาเลย...

โรงแรม International Marriott ก็เจ๋งเป้งมาก เพราะเพิ่งปรับปรุงใหม่ เห็นว่าลงทุนตั้งร้อยกว่าล้านแน่ะ ตอนนี้ขึ้นอันดับ 1 ของโรงแรมในโรมเชียว แล้วที่นี่ก็เหมือนกัน แจ๊กพ็อตซ้ำ  เพราะคณะทัวร์เช็คอินตลอด ก็เลยต้องจัดให้ผมไปอยู่ห้อง เพรสสิเด้นท์ สวีท ปรกติ ราคาแพงกว่าห้องที่จองไว้ ตั้ง 4 เท่า แทน ...”

“อือม์ ก็นับว่ารอดตัวไปหวุดหวิดเพราะโชคช่วยจริงๆนะ แต่คงไม่มีวาสนาเข้าถึงจุดที่พอจะมองเห็น ท่านสันตปาปา รางๆ หรอกกระมัง” กูรู ตั้งเอง รำพึง

“เอ้อ..คราวนี้ ยิ่งกว่า ตายแล้วเกิดใหม่ เลยครับ เพราะช่วงที่ทัวร์ วาติกัน เสร็จ การ์ด คนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาผม บอกว่า ท่านสันตปาปา มีพระประสงค์ให้สาธุชนเข้าพบได้ 5 คน โดยใช้วิธีให้เค้าสุ่มเลือกเอา  ถ้าผมสนใจก็ขอให้ตามเค้าไป ผมนี้ ดีใจจนเนื้อเต้นเชียวล่ะ

เค้าพาไปนั่งรอในห้องพิเศษได้ครู่หนึ่ง ท่าน สันตปาปา ก็เสด็จมาถึง และจับบ่าทักทายผมเป็นคนแรก เล่นเอาผมน้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตันใจ รีบคุกเข่ากราบท่านด้วยความเคารพ แล้วท่านก็กระซิบถามผมว่า...”

“ท่านถามว่าอะไรหรือ?” ช่างตัดผมถาม

“ท่านกระซิบว่า “นี่ถามหน่อยเหอะ ลูกไปให้ไอ้ช่างตัดผมซังกะบ๊วยที่ไหนตัดให้หรือ ทรงผมถึงออกมาสุนัขเมินอย่างนี้” ......”

* แปลและเรียบเรียงจาก เรื่อง "Haircut Before The Trip" ตามลิงค์ http://tinyurl.com/6x5vfxv นี้ครับ




(view 4080 )
ทั้งหมด>>