|
สมการแห่งความสุข
สมการแห่งความสุข

 
 
 
 
 

 

ก้าวใหม่ ของ wutkate.com ทุ่งดอกกระเจียว กลางสายหมอก หวาน มันส์ ฉัน และ เธอ ที่ ปราณบุรี ตักบาตรดอกไม้ ภูเขียว-ป่าหินงาม คัมภีร์ สิงคโปร์ ฉบับ ตุหรัดตุเหร่ หม่ำ-ไฮโซ กินแล้ว...ถึงดิ้น มะละกา ดีไลท์ Beautiful People อยู่โก้ๆ ที่ เกาะเสม็ด เสน่ห์ หลีเป๊ะ นึกว่าหลงอยู่ใน ฮาราจูกุ เรื่องของ น้องกุ้ง บ้า(น) กาแฟ หมูย่าง-เนื้อย่าง ไอสครีม Macau-Hongkong 2 Jazz ด้วย Jazz in the town ที่ หัวหิน ภูเขาหิมะ ฝันที่เป็นจริง ครั้งแรก ที่ แชงกรีล่า กล้วยไม้รำแพน เกาะแน่นๆนะน้อง รู้แล้วว่า ทำไมใครๆก็ไป ญี่ปุ่น สระบุรี เลี้ยวขวา เที่ยว เมืองผู้ดี อีกแล้ว ฮ่องกง-ภาคสุดสวย ไม่ใกล้ไม่ไกล-นครไชยศรี แค่ สามชุก สุพรรณ เนี่ย เสม็ด-เสร็จทุกราย รถเมล์ มาเก๊า - โหดมหาโหด ลุยเดี่ยว เที่ยว ลอนดอน ปีนัง-กัวลาลัมเปอร์ 5 วัน จะไปทำไม สิงคโปร์ เนี่ย พนมเปญ-เสียมเรียบ-ไม่ยากอย่างที่คิด สงกรานต์ เชียงใหม่ ร้อนนี้ ที่ โคตา คินาบาลู โหด มันส์ ฮา--บาหลี โบรโม่ ตามหา ดารา ใน เกาหลี คลายร้อน ที่ มาเก๊า-ฮ่องกง แอ่วดอยภูคา รีวิว เวียตนามกลาง 7 วัน 5000 บาท BALI รีวิว บาหลี ชม ลิ้ม ชิม คุย รีวิว ฮานอย-ฮาลองเบย์ เอ๊ะ อะไรอยู่ใต้ทะเล หลวงพระบาง งามไร้คำบรรยาย รีวิว ซัปโปโร รีวิว ฟิลิปปินส์ สดๆร้อนๆ สองหนุ่มสาว ปีนเขา เนปาล

สวัสดีครับ
เพื่อนๆคงผ่านตา คลิปเจาะใจ นี้มาบ้างแล้วนะครับ เพราะออกอากาศมาหลายเดือนแล้ว และเป็น Talk of the town ที่ฮือฮาน่าดูทีเดียว... ผมเองก็ร่ำๆจะเขียนถึงคลิปนี้มาหลายครั้งหลายหน แต่สุดท้าย โรค Perfectionism -บ้าความสมบูรณ์แบบ ก็ทำเอา ผัดวันประกันพรุ่ง วันแล้ววันเล่า ทั้งๆที่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ได้ข้อคิด มากๆประเด็นหนึ่ง เป็น วัตถุดิบ ในการเขียน บททักทาย นี้ได้สบายๆ

คลิกชม วิดีโอ ได้ที่ http://video.google.com/ โดยใส่คำว่า "สมการความสุข" ในช่อง Search Video ครับ
สมการแห่งความสุข ของ คุณเหมียว ที่ได้ ตกผลึก ในช่วงหลังของชีวิตว่า เป็น สมการที่ผิดพลาด ก็คือ การศึกษาในโรงเรียนดัง+เรียนเก่ง+เอ็นฯเข้ามหาลัยโก้+ได้งานดี ตำแหน่งสูง รายได้เยอะ+มีชื่อเสียง+มีรถ มีบ้าน+ใช้จ่ายคล่องมือหายห่วง หรือ นิยามสั้นๆว่า เงิน+ความสำเร็จ = ความสุข นั้น ไม่ใช่ เลย ตรงกันข้าม กลับเป็น ตัวการ ที่ทำให้เกิดอาการ ชีวิตอกหัก เสียด้วยซ้ำไป เพราะ ไม่มีความสุข เลยแม้แต่นิดเดียว
ทางออก ของ คุณเหมียว เป็นอย่างไร ไม่ใช่ประเด็นครับ เพราะเพียง Discovery หรือ ค้นพบ "ต้นเหตุแห่งทุกข์ (สมุทัย)" ได้ "หนทางนำไปสู่ความดับทุกข์ (มรรค)" ก็จะตามมาเองจนได้โดยปริยาย ส่วน จะมากจะน้อย จะเร็วหรือช้า เป็นอีกเรื่องที่ต่างหากจากกันครับ
แหะ แหะ แหะ ผมไม่มีเจตนาจะมาชวนเพื่อนๆไปเยือน โลกธรรม หรอกนะครับ เพราะตัวเองก็เป็นคน ห่างวัด ตัวยงคนหนึ่ง อยู่บ้านได้กราบพระเพียงคืนละครั้งก่อนนอน นอกบ้าน ก็ยามบุญมาวาสนาส่งให้ได้เยือนวัดสวยวัดดังตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆเท่านั้นเอง.....แต่หัวข้อ สมการแห่งความสุข นี้ บังเอิญมาตรงกับ สไตล์การท่องเที่ยว ที่ผมคิดว่า น่าจะเป็น เข้าให้พอดี
สไตล์การท่องเที่ยว ที่ น่าจะเป็น ในความเห็นของผมคืออย่างไรหรือ?
ก็ เที่ยวเองได้ง่ายๆ สบายกระเป๋าสตางค์ คือ ต้อง ผ่อนคลาย ไม่เป็นภาระ ไม่เป็นทุกข์ ทั้ง ก่อนเที่ยว ระหว่างเที่ยว และ หลังเที่ยว ไงล่ะครับ...อิอิ...
สำหรับ คนเที่ยวเอง ไม่ไปกับทัวร์ นั้น เรื่อง ไม่เป็นภาระ นี้ คือ ประกายไฟ ที่ จุดแล้วติด ติดแล้วลุกโชน อย่างที่ทราบๆกันแล้วนะครับว่า เมื่อเที่ยวเองแล้วครั้งหนึ่ง ก็จะเกิดแรงบันดาลใจให้อยากเที่ยวต่อ มีแรงกระตุ้นให้ทำงานหนักขึ้น เพื่อเก็บเงินมากขึ้น โดยอัตโนมัติ ......ใช่ครับ ไม่มีใครไป สร้างหนี้ หรือ ลงทุน ก่ออาชญากรรม เพื่อ หาเงินไปเที่ยวเมืองนอก อย่างแน่นอน
ว่าแต่ มีด้วยหรือ ที่ ทุกข์ก่อนเที่ยว ระหว่างเที่ยว และ หลังเที่ยว?
โอ้วว์....มีสิครับ ไม่เชื่อลองแวะ เว็บบอร์ดต่างๆ ดูสิครับ น่าจะเห็นเกลื่อนกลาดละลานตาเลยทีเดียว.... ขนาดผม ทุกวันนี้ไม่ค่อยคลิกไปกระดานไหน ก็ยังมีคนเมล์มาให้ ไม่ขาดสายเลยนี่ครับ.....หลายๆกระทู้ อ่านแล้วก็ เห็นใจ แต่ ไม่ปลง ไม่ทุกข์ ด้วยเด็ดขาด ถือเสียว่า Body who body potato ครับ หุ หุ หุ คนทุกข์เรื่องเที่ยว พอประมวลได้คร่าวๆ จากประสบการณ์เล่นเว็บบอร์ด กว่า 10 ปี (เว็บบอร์ดท่องเที่ยวประมาณ 5 ปี) ดังนี้ครับ
ประเภทแรก - ทุกข์ก่อนเที่ยว มี 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
1. ทุกข์เพราะอยากเที่ยวแต่ไม่ได้เที่ยว เฝ้าจอทุกวัน อ่านรีวิวของคนอื่น ก็ระทม ตรมเศร้า เพราะข้อมูลทุกประเทศอัดแน่นเต็ม ฮาร์ดดิสก์ขมอง แต่ไม่มีโอกาสเที่ยวได้ดังใจ.... เลยตั้งหน้าตั้งตา จับผิด ท้วงติง สั่งสอน คนอื่นโดยไม่ได้รับเชิญ เพื่อระบายความคับแค้นใจ ซึ่งใครๆก็อ่านออกได้ว่า เป็น สัญญาณ ของ ความด้อยทั้ง ประสบการณ์ท่องเที่ยว และ ประสบการณ์ชีวิตดีงาม....
ที่เห็นบ่อยมาก คือ เวลามีคนตั้งกระทู้ถามเรื่องโน้นเรื่องนี้ ก็เข้าไปตำหนิว่า รก ทำไมไม่ค้นหาจากกระทู้เก่าๆ ทั้งๆที่แค่ปรับเปลี่ยนเป็นการ ตอบด้วย มธุรสวาจา-มีน้ำใจ ไมตรีทำลิงค์ให้ เสีย ความสุข จาก Self-Esteem ก็จะเข้ามาแทนที่ ความทุกข์ ได้ง่ายๆ และ เห็นผลฉับพลัน ไม่ว่าคนถามจะเข้ามา ขอบคุณ หรือไม่ก็ตาม
อยากถามจังครับว่า ถ้าไม่ได้เที่ยว แต่เปิดจอแล้วเป็นทุกข์ แล้วจะเปิดทำไมครับ? เป็น Misery- Addict นักเสพติดความทุกข์ นี่ มันโก้เก๋ตรงไหนหรือครับ?
2. ทุกข์เพราะค้นคว้าหาข้อมูลเป็นบ้าเป็นหลัง เพราะ ไม่รู้ หนึ่ง และ เพราะ หวังผลเลิศ อีกหนึ่ง จนพาให้ ขี้วิตก หวาดโน่นกลัวนี่ เห็นการ ออกทริป เป็น ปฏิบัติการ Mission Impossible ไปเสียงั้น...
...ต้องเตรียมตัวก่อนเที่ยวเป็นหลายๆเดือน อ่านหนังสือทุกเล่ม เสิร์ชข้อมูลทุกเว็บ แต่จนแล้วจนรอด วันสุดท้ายก่อนเดินทาง ก็ยัง สำลักข้อมูล อยู่ มี เครื่องหมายคำถาม (ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง Negative ที่เลวร้าย คล้ายๆ พญามาร ตั้งท่ารอเชือดให้สาสมรู้สำนึกอยู่ดาบหน้า) เต็มศีรษะไปหมด.... กลัวตกรถ... กลัวหลงทาง.... กลัวอดตาย... กลัวมรสุม.... กลัวเด๋อด๋า....กลัวโดนหลอก โดนจี้ โดนล้วงกระเป๋า....ฯลฯ
แต่ที่ น่าเศร้าที่สุด คือ กลัวว่ากลับมาแล้ว เพื่อนถามว่า "ทำไมตรงนี้ไม่ไป? ตรงโน้นไม่ไป?" แล้วจะ เสียหน้า เสียศักดิ์ศรี ไปโน่น
ถามคำเถิดครับ ไม่ทราบหรือครับว่า วันๆมีนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ไปแหล่งเดียวกันกับเราเป็น ร้อย เป็นพัน? แล้วพระพรหมท่าน จะว่างพอที่จะมาจ้องลิขิตเล่นงานเราคนเดียวเชียวหรือ?...
.."Im just one pebble in the sand เราเป็นแค่ทรายเม็ดหนึ่งบนหาดทราย" ไม่ใช่หรือ? ใครเลยจะมาจับมาจ้องเขมือบเรา ราวกับเป็น VIP very important person อย่างนั้น สำคัญตัวเองผิดไปหรือเปล่าเอ่ย?
ถามคำเถิดครับ จะไปเที่ยวไม่ใช่หรือครับ? แล้วการเที่ยว คือ สันทนาการ ที่แปลว่า Recreation หรือ Relaxation ไม่ใช่หรือครับ?
...จะไปเที่ยวเพื่อผ่อนคลายแท้ๆ ทำไมต้องร่างพิมพ์เขียวเป็นปึกๆ วางกรอบเป๊ะๆ ด้วยครับ? ผ่านโลกผ่านชีวิตมาตั้งไม่รู้เท่าไหร่ ทำไมยังไม่เชื่อศักยภาพของตัวเองว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทุกอย่าง หนอ?
... ถ้าก่อนเที่ยวแล้วเป็นทุกข์อย่างนี้ จะไปเที่ยวทำไมครับ?
ทำไมต้องวางแผนละเอียดยิบ ออกนอกกรอบไม่ได้ด้วยล่ะครับ? ถ้าชอบตรงโน้นตรงนี้ อยากแช่อยู่ทั้งวัน แม้คนอื่นทั้งโลกจะแวะแค่ 5-10 นาที ก็ ช่างเขา เป็นเรื่องของเรา เพราะเรามา เที่ยวเพื่อหาความสุข เมื่อมีความสุขก็อยากตักตวงเติมเต็มนานๆ ใครจะมาว่าเราได้ เวลาก็ของเรา เงินก็ของเรา ไม่ใช่หรือครับ?
เที่ยวแบบ No Itinerary แบบตระหนักปรัชญาของ นักเดินทาง ที่ว่า The traveler sees what he sees; the tourist sees what he has come to see. แล้วอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ จะไม่เป็น กำไรชีวิต กว่ากันหรือ?
... ผิดตรงไหนที่จะทำผิดบ้าง ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายเสียเมื่อไหร่ จริงไหมครับ?
บ่อยครั้งทีเดียว ที่ผมถูกถามว่า ทำไมหนังสือพี่วุฒิพี่เคท ถึงไม่ลงรูปสถานที่ท่องเที่ยวเป็นสีทั้งหมด? ทำไม หนังสือญี่ปุ่น ถึงทำเล่มเดียวไม่แตกเป็นหลายเล่ม?
ปัดโธ่ ก็ไม่ได้ ทำแบบธุรกิจ นี่ครับ ทำเพราะอยากให้คน อ่านแล้ว หายกลัว กล้าไปเที่ยวเอง รูปขาวดำในหนังสือ ก็มีไว้เป็น ไอเดีย เท่านั้น อยากเห็นอะไร ไปสัมผัสของจริงไม่ดีกว่าหรือ ทำไมต้องดูรูปสวยๆด้วย? อ่านแล้ว เที่ยวให้เก่ง ให้สนุกกว่า พี่วุฒิ พี่เคท เป็นตัวของตัวเองสิครับ ถึงจะสมประโยชน์ สมคุณค่าของ หนังสือคู่มือ อย่างแท้จริง ถูกไหมครับ?
ประเภทสอง - ทุกข์ระหว่างเที่ยว ก็มีเยอะนะครับ ประเภทนี้ ปรับทัศนคติใหม่ก็หายทุกข์ได้ โดยดูจากบทความ เที่ยวอย่างไรให้สุขใจประทับใจและได้มิตรภาพ(คลิกดูที่นี่ได้) นี้ครับ
ประเภทสาม - ทุกข์หลังเที่ยว ประเภทนี้ล่ะครับ น่ากลัว และ เป็นภัยต่อสังคมเว็บบอร์ด ตลอดมา เพราะพฤติกรรมจะแสดงออก 2 อย่างโดยสังเขป คือ
1. ร้องทุกข์ กล่าวหา ประจาน บริการต่างๆ ที่ตัวเองประสพมา (โดยไม่ได้บอกว่า สาเหตุมาจาก ตัวเอง...มารยาทแย่...บุคลิกรุ่มร่าม... เรื่องมาก... คิดเอาแต่ได้...จ่ายสลึงอยากได้ 3 บาท..ฯลฯ หรือเปล่า) แต่ไม่น่าจะเกิดกับคนอื่น ทว่า ส่งผลกระทบให้ คนอ่อนประสบการณ์ ที่บังเอิญเข้ามารับรู้ พลอย ไม่กล้าเที่ยว ไม่อยากเที่ยว ไปด้วย ซึ่งผมคิดว่า เป็นบาปอย่างยิ่ง
อยากถามจังครับว่า ตัวเองเที่ยวไม่สนุก ไม่ประทับใจเหมือนใครเขา แล้วมาเล่าข้างเดียวแบบ ตัวเองถูกหมด คนอื่นผิดหมด อย่างนี้ ไม่รู้สึกกระดากในเจตนา บ้างหรือครับ?
ไม่ตระหนักว่า เคราะห์กรรมที่ได้รับ อุบัติจากอะไร จากไหน หรือครับ ถึง แทนที่จะ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่ ให้เป็นการ ล้างเวร กลับ ตอกย้ำ อคติ ลงลึกจำหลัก เข้าไปอีก?
2. อัตตา ท่วมตัว จน หน้ามืดตามัว เข้าใจผิดว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญ ประมาณ Guru เอกทัตตะ เพราะ เคยเที่ยว เคยเขียนรีวิว เป็นแนวทางให้คนอื่นมาบ้างในอดีต (ที่ยังมีคนเขียนคนเล่าไม่มากนัก) ปัจจุบัน เที่ยวน้อย เขียนรีวิวน้อย แต่ทำเหมือน กลุ่มทุกข์ก่อนเที่ยวแบบที่ 1. คือ ตั้งหน้าจับผิด ท้วงติง สั่งสอน คนอื่น แถมยัง รวมพวก เป็นกลุ่มก้อน เปิด ประเด็นไร้สาระ แบบ พวกมากลากไป ที่ตีลังกาอ่าน ก็ยังถอดความนัยได้ว่า หาเพื่อนที่จริงใจในโลกจริงได้ยาก เพราะ เรียกร้องความสนใจ ใฝ่หาความสำคัญของตัวเอง มิจฉาทิฐิเนืองนองในแทบทุกตัวอักษร .....
ถามคำเถิดครับ แทนที่จะหมกมุ่นถวิลหาอดีตที่เคยอบอวล ฟาดงวงฟึดฟัดใส่คนอื่น และเรียกร้อง สิทธิจอมปลอม ที่ตัวเอง พยายามทำให้มีคุณค่าขึ้นมาให้ได้ สู้ฝึกหัดเป็น ผู้ให้ โดยการละทิ้ง I, mine, me ทำตัวเป็นผู้ มีน้ำใจ ให้กำลังใจใครต่อใคร จะไม่เป็นการ ดับทุกข์ ที่ตรงวิธีกว่ากันหรือ?
 
ครับ ถ้า สมการแห่งความสุข ของ คุณเหมียว ไม่ใช่ เงิน+ความสำเร็จ ละก็ สมการแห่งความสุขในการท่องเที่ยว ที่น่าจะเป็น ในความเห็นของผม และ พวกเรา ชาว wutkate.com ก็คือ.... ต้องไม่ทุกข์ ทั้งก่อนไป ระหว่างไป และ หลังกลับมา แต่ หา และ มี ความสุข ได้ตลอดเวลา + มากล้นจนสามารถเผื่อแผ่แบ่งปันคนอื่นแบบ ผู้ให้ ได้อย่างสบายใจ ในทุกเรื่อง ไงล่ะครับ
สมการแห่งความสุข แบบนี้ หาไม่ยากหรอกครับ.....ไม่เชื่อลองคลิกเข้าไปสัมผัส Beautiful People ที่เว็บบอร์ดของเรา ทั้ง เว็บบอร์ดใหม่(คลิกที่นี่ได้) และ เว็บบอร์ดเดิม(คลิกที่นี่ได้) สิครับ อิอิอิ
|