อยากรู้จัก พี่วุฒิ พี่เคท ให้มากขึ้น
 อยากทราบว่า...... 

 ทำไมต้องมีเว็บไซต์นี้?  
 พี่วุฒิ พี่เคท คือใครคะ? 
 สไตล์พี่วุฒิ พี่เคท คือยังไงคะ? 
 อยากไปเที่ยวกับ พี่วุฒิ พี่เคทด้วย เป็นไปได้ไหมคะ?  
 อยากคุยกับพี่วุฒิพี่เคท ได้ไหมคะ?  
 ทำไม ต้องมี เว็บบอร์ดใหม่ เว็บบอร์ดเก่า ด้วยคะ?  
 ทำไมพี่วุฒิไม่ค่อยตอบกระทู้ในเว็บบอร์ดเลย?
 ฯลฯ 
 
 คลิกที่นี่เลยครับ
หน้าแรก Home Guest Book สมุดเยี่ยม คู่มือเที่ยวเอง อย่างง่ายๆ เว็บบอร์ด Webboard เที่ยวไทย Local Trips เที่ยวเทศ Oversea Trips ท่องทะเล Sea Trips เรื่องน่ารู้ Knowledge คนบ้าหนัง คลิป วิดีโอ ถาม-ตอบ FAQ ติดต่อเรา
ศูนย์รวมตั๋วโปรโมชั่น

  21/5/2552 7:47:44 -  เว็บบอร์ดใหม่ สีสันสดใส รูปแบบใหม่ๆ โพสต์ง่าย โพสต์คล่อง เปิดใช้แล้วครับ(7968)

ยินดีต้อนรับ

อย่าเออออเอาเอง คิดเอง ปรุงแต่งเอง

อย่าเออออเอาเอง คิดเอง ปรุงแต่งเอง

 







สวัสดีครับ

ไม่ได้ทักทายพูดคุยกันนาน คิดถึงจังเลยยยย

ก่อนอื่น อย่าเพิ่งแปลกใจนะครับ ที่เห็นหน้าตา เว็บของเรา ปรับเปลี่ยนรูปโฉมไปบ้าง เพราะความจริง ก็คือ ตั้งแต่ คุณโจ เข้ามาดูแลเรื่อง เว็บบอร์ด แล้ว พี่แกก็เพลินระเบิดระเบ้อ ปรับโน่น เฉือนนี่ เติมนั่น ชำแหละนู้น ไปแทบทุกวันๆละหลายรอบ แถมไม่สาแก่ใจ ยังมาลามเลีย เว็บหน้าแรก ที่เป็นส่วนรับผิดชอบของผมอีกต่างหาก....

ก็ไม่ว่าอะไรครับ เพราะความที่ผมเป็นประเภททำอะไรไปแบบวันต่อวัน และไม่ได้กำหนดมาตรฐานอะไรอยู่แล้ว ปุ่มต่างๆ ทางซ้ายมือ ก็จึงดูเลอะไปหน่อย  สมดังคำวิจารณ์ของคุณโจเค้าเลยอ่ะครับ  ซึ่งเมื่อปรับแต่งแล้ว ก็ดูดีเป็น โปรเฟสชั่นแนล ขึ้นไม่มากก็น้อยนะครับ

อย่างที่เคยเรียนนั่นแหละครับว่า  สำหรับผมแล้ว  เรื่องเว็บเป็นเรื่องสำคัญกว่าเรื่องหนังสือเสียอีก ถ้าพัฒนาได้ละก็ เป็นไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยเสียล่ะครับ พร้อมที่จะลองผิดลองถูกเสมอ เมื่อมีผู้ยื่นไมตรีมาให้อย่างนี้ มีหรือที่จะไม่รับไว้และเชิญชวนให้ลุยได้เลยตามใจชอบอ่ะครับ

หน้าแรกของเว็บนี้ ต่อไปก็จะเป็น เรื่องพูดคุยสนทนา ส่งข่าว ตอบเมล์  ของผมเพียวๆ ล่ะครับ ส่วน เรื่องของเพื่อนๆ ก็จะไปรวมกลุ่มรวมก้อนกันที่ส่วนของ เว็บบอร์ดเพียวๆ เช่นกัน เพื่อเปิดให้ที่นั่นเป็น โลกเสรี ที่ทุกท่านสามารถนำเสนอข้อมูลท่องเที่ยวที่สนุกสนาน ข้อเขียนที่สร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่เสมือนหนึ่ง บ้านของตัวเอง เลยครับ

เรียนเชิญนะครับ มาช่วยกันสร้างสรรค์ชุมชนที่ดีงาม เปี่ยมน้ำใจกันนะครับ

 

ย้ายบ้าน : เข็ดจริงๆให้ดิ้นตาย

สวัสดีครับ

อะไรก็ตาม แม้จะเคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ถ้าลองไม่ได้ผ่านมือมาซัก 20 กว่าปีละก็ ถ้าเลี่ยงได้ก็ขอหลีกเป็นแน่ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของ การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง (Resistance to change) เท่านั้นหรอกครับ

ใช่ครับ โดยเฉพาะ เรื่องการย้ายบ้าน....ซึ่งแค่นึกถึง ก็หมดเรี่ยวหมดแรงแล้ว

ด้วยเหตุผลนี้กระมังครับ ที่ทำให้เรารีๆรอๆมาปีแล้วปีเล่า ทนอยู่บ้านเดี่ยวหลังใหญ่ต่อไปทั้งๆที่ก็สุดแสนจะรำคาญที่เห็นพื้นที่กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ปิดตายไม่ได้ใช้สอยเลย....... แต่ครั้นจะย้ายมายังอาคารพาณิชย์ที่คิดว่ากระทัดรัดเหมาะสม แค่คิดถึงเรื่องขนย้ายข้าวของสัมภาระว่า จะเอาอันนี้ไปไว้ตรงไหน? อันโน้นจะใช้รถกี่คัน? ใครจะขน? ใครจะจัด? ใครจะเรียง? ใครจะทำความสะอาด? ใครจะเก็บของเข้าที่? ก็ยกธงขาวยอมแพ้ทุกคราไป

แต่ในที่สุด เพื่อไม่ให้คาราคาซัง ค้างคาใจ ก็ได้ฤกษ์ย้ายจนได้ครับ กะเวลาคร่าวๆไว้ว่าจะใช้เวลา 1 เดือน.....

แล้วในที่สุด ก็ผ่าน 10 วันไปได้ และทุกอย่างเริ่มเข้าล็อค สามารถ ทำงานได้ อย่าง สบายเนื้อสบายตัว (หายมอมแมมเสียที) ได้ ความเป็นส่วนตัว กลับคืน ด้วยไม่มีสารพัดช่างมายุ่มย่ามจากเช้าถึงเย็นอีกแล้ว ในวันนี้เองครับ

ว่าไป ชีวิตของผมและครอบครัว (ไม่นับวัยเด็ก จนถึงก่อนแต่งงาน) ก็ผ่านการย้ายบ้านมาหลายรอบแล้วครับ คือ เริ่มจากการอยู่ ห้องแถว.... มาเป็น ทาวน์เฮ้าส์ ....แล้วก็ บ้านเดี่ยว.... สุดท้าย (หวังว่า และค่อนข้างแน่) ก็มาจบลงที่ ห้องแถว เช่นเดิม

ใช่ครับ ยากที่สุดก็ไม่พ้นการอยู่ ห้องแถว ล่ะครับ เพราะต้องปรับตัวมากมายทีเดียว ใครที่อยู่ หรือเคยอยู่ ห้องแถว จะซึมซาบดีว่า มีเรื่องที่ต้องเรียนรู้เยอะแยะตาแป๊ะไก่ ที่ใน วิชา สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต และ หนังสือ ความรู้รอบตัว ไม่ไดสอนไว้ ไม่ว่าจะเป็น...

ทำยังไงจะไม่ให้ใครมาจอดรถขวางหน้าบ้าน ซึ่งหลายกรณีเคยมีปัญหาถึงยิงกันตายมาแล้ว? (ไม่กลัวรถหายเลยครับ เพราะเข้าวัยทีนเอจ 17-18 ทั้ง 2 คัน ใครเอาไปก็ไม่แน่ใจว่าจะขับไปได้ไกลแค่ไหน อิอิ)

ทำยังไงจะป้องกันให้ กลิ่นผัดกระเพรา ข้าวผัด (จากเต้นท์อาหารตามสั่งข้างบ้าน) หรือ กลิ่นปลาสลิดทอด ไข่เจียว (จากทาวน์โฮมหลังบ้าน) ที่เค้าเจือจานมา เข้าบ้านน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้?

จะไปล้างรถที่ไหน? (เพราะจะสวมชุดปอนๆยืนล้างหน้าบ้าน ท่าจะไม่เหมาะกับภาพลักษณ์ที่สุดแสนจะทรงภูมิ)

ฟังดูแค่นี้ ดูเผินๆ ก็เหมือนจะเป็น เรื่องจุกจิกกระจ้อยร่อย ที่ไม่น่าจะครุ่นคิดให้เปลืองสมองนะครับ แต่ในเมื่อมีความประสงค์ที่จะ พำนักอาศัยอย่างสงบสุขในบรรยากาศที่ดี ละก็ จะมองข้าม รากของปัญหาขัดแย้ง (Roots of Conflicts) เหล่านี้ ไปไม่ได้เลยครับ

และ หลักการ หรือ สูตร ที่ผมยึดถือมาตลอด ก็คือ การได้รับความชื่นชอบ (Being Liked) ไม่สำคัญเท่า การได้รับการยอมรับนับถือ (Being Respected) ครับ

ยังมีต่อครับ....

อย่าเออออเอาเอง คิดเอง ปรุงแต่งเอง

 

ทุก จันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่บ่าย 2 ถึง 4 โมงเย็น ถ้าไม่ติดอะไรละก็ ถ้าอยู่ในที่ทำงานหรือในรถละก็ ผมเป็นไม่พลาดที่จะหมุน คลื่นเอฟเอ็ม 96.5 ฟังรายการ คุยได้คุยดี ของ คุณวีระ ธีรภัทร์ เสมอ .....ว่าไป ถึงติดธุระปะปัง เช่นพอดีแฟนๆโทร.มาสอบถามเรื่องเที่ยว ก็ไม่ถือเป็นการขัดจังหวะ ไม่เป็นปัญหา ไม่มีอารมณ์เสียเด็ดครับ เพราะ รายการนี้ ฟังย้อนหลังได้ แถมดีตรงสามารถข้ามโฆษณาไปได้อีกต่างหากครับ

 

ผมรู้จัก คุณวีระ มาตั้งแต่กาลครั้งหนึ่ง ซัก 20 กว่าปีแล้วมั้งครับ เพราะติดตามข้อเขียน เรื่องเศรษฐกิจ ของแกใน นสพ.เดลินิวส์ ครั้งที่แกเป็นบรรณาธิการหน้าเศรษฐกิจอยู่ที่นั่น* แล้วก็โทร.ไปเชิญแก มาบรรยายเรื่อง “จะศึกษาวิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างไร?” ให้นิสิตในชั้นของผมฟัง ณ มหาลัยที่ผมเป็นอาจารย์พิเศษอยู่ 9 ปี และชื่นชมยกย่องแกในความ “รู้จริง” แต่นั้นมาครับ

 

* เขียนถึงตรงนี้ ผมอดอมยิ้มไม่ได้  เมื่อมีผู้ฟังโทร.เข้ารายการไปบอกว่า มีคนวิจารณ์แกที่ คอลัมน์หนึ่งใน เดลินิวส์ (คลิกดูที่นี่ได้ครับ) แล้วคุณวีระไม่ตอบ ได้แต่หัวเราะ .....เพราะ คนเขียนบทความ นายนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการ Tattoo but write จริงๆ คือ นอกจากปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแล้ว ยังหลังยาว ไม่ยอมศึกษามาก่อนว่า คนที่ตัวเองพูดถึงนั้น เป็นใคร มาจากไหน (คลิกดูที่นี่ได้ครับ) ให้คนเก่าคนแก่ในสำนักพิมพ์ฯสังเวช ฐานไม่ทราบที่ต่ำที่สูง อีกต่างหาก 

 

คุณวีระ จัดรายการแบบ พูดคุยกับผู้ฟังได้ทุกเรื่อง มาเป็นสิบปีแล้วมังครับ เป็นรายการฮิตที่ติดปากของผู้คนแทบทุกสถานะ ใครที่เผลอหมุนคลื่นมาฟังโดยบังเอิญ หรือได้รับการแนะนำมา ใหม่ๆส่วนใหญ่ก็จะมีปฎิกิริยาอย่างเดียวกัน คือ ไม่ชอบ ด้วยเหตุผลต่างๆนานา แต่หากฝืนทนฟังต่อไปเรื่อยๆ ก็จะ ติดหนับเป็นตังเม ชนิดขาดไม่ได้เหมือนยาเสพติดปานนั้นเชียว ชื่อ วีระ ธีรภัทร จึงเป็นที่กล่าวขวัญกันมากมายตลอดมา โดยเฉพาะตาม เว็บบอร์ดต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปใน ทางลบ (อยู่แร้นนน)  แต่รายการของแก ก็อยู่ยงคงกะพันไม่ขาดหายไปกับสายลม สมดังสำนวนที่ว่า ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ และ คุณวีระ เป็นทองแท้แน่นอน เพราะยังยึดมั่นถือมั่น เป็นตัวของตัวเอง ไม่เปลี่ยนแปรแบบไม้หลักปักขี้เลน โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆทั้งสิ้นครับ

 

จุดที่คุณวีระ โดดเด่น เหนือคนอื่น ก็คือ มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ซึ่งคนที่ไม่ชอบก็ตำหนิว่า เป็นเรื่องของ อัตตา หรือ อีโก้ หรือ ยกตนข่มท่าน ไปโน่น โดย ไม่กล้าพอที่จะยอมรับ กับใครๆหรือแม้แต่ตัวเองหรอกครับว่า สาเหตุที่ปากหอยปากปู หาเรื่องเค้า ที่แท้เป็นเพราะ รู้สึกด้อยคุณค่า ขาดความมั่นใจ จนเกิดเป็นปมด้อย แล้วหลงผิดว่า การกดคนอื่นลง จะทำให้ตัวเองสูงขึ้น โดยอ้างหลอกใครๆว่า เกลียดอย่างโง้นอย่างงี้ ไงล่ะครับ  (ตรรกะง่ายๆ ก็คือ ถ้าเราเกลียดอะไร เราจะไม่สนใจเข้าใกล้ จริงไหมครับ)

 

อะไรที่ทำให้คุณวีระ มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง จนเป็นจุดแข็งเหนือใครๆนะหรือครับ?

 

คุณสมบัติข้อแรก ก็คือ เพราะแก ทำงานหนักกว่าคนอื่น (หลายคนในแวดวงเดียวกัน ทำงาน 3 เดือน อาจได้เนื้อได้หนังน้อยกว่าแกทำงานอาทิตย์เดียวเสียอีก) ศึกษาเรื่องที่ตัวเองเป็น มืออาชีพ มากกว่าคนอื่น (อ่านมากกว่า เขียนมากกว่า หลายเท่า ในแต่ละวัน) ไงล่ะครับ........

ความเชื่อมั่นในตนเอง จึงมี รากฐาน มาจาก ความ รู้จริง (รังเกียจ ความ รู้ปลอม) ไงล่ะครับ....

เพราะฉะนั้น คนที่ร่ายความประโยคเดียว ก็โดนแกเฉ่ง ว่า "ไร้สาระ" "เพ้อเจ้อ" "ตัดสาย" จนหน้าหงายกลางอากาศ เป็นที่สะใจคนเชียร์ คอซาดิสต์ ทั้งหลาย ถ้าตระหนักในข้อนี้ ก็จะได้ บทเรียนล้ำค่าในชีวิต ไปชนิด หาตำราที่ไหนก็ไม่ได้ทันใจอย่างนี้ หันไป พัฒนาตนเอง แทนที่จะ โกรธา ซึมเศร้า เจ็บแค้น ไปให้ ตกต่ำย่ำโคลนอยู่ที่เดิม ครับ

 

คุณสมบัติข้อที่สอง ที่น่าเรียนรู้มากๆ ก็คือ การจับประเด็นของเรื่อง และการตีโจทย์แก้ปัญหาแบบ เดินตรง ไม่อ้อมค้อม ไม่โย้เย้ เรียกความสนใจ หรือ ย้ำคิดย้ำทำ .....ปัญหาที่หนักหนาสากรรจ์ หรือ กระจ้อยร่อยกะจิ้ดริ้ด ในสายตาของคุณวีระ จึงเป็นเรื่อง หญ้าปากคอก จนเรียกว่าเป็น ปัญหาซาเล้ง ไปง่ายๆ ซึ่งหากผู้ขอคำปรึกษา จะ ใจเย็น ตั้งสติ ใตร่ตรองให้รอบคอบ  ก็จะคล้อยตามวิธีคิดที่แกแนะนำไปได้ไม่ยากครับ

 

มื่อ จับประเด็นได้อย่างเป๊ะๆ ก็เป็นธรรมดาอยู่เองครับ ที่คุณวีระ จะฟังน้ำเสียงและลีลาของผู้ฟังที่โทร.เข้ามาออกในไม่กี่วิว่า มีวัตถุประสงค์ หรือ เจตนาอะไร? ถ้าตรงไปตรงมา แบบน้ำใสใจจริง ไม่มีอะไรแอบแฝง ก็ว่ากันเรื่องถามตอบแบบชิลล์ๆ เป็นสาระ เป็นข้อคิด เป็นความรู้รอบตัว แต่ถ้าเป็นนประเภท อยากสัมผัสดารา...หาเรื่องคุยเรื่อยเปื่อย....พูดถามแบบเอาแต่ได้......เรียกร้องความสนใจ หรือ ไร้มารยาท ละก็ โอกาสที่จะถูก ตัดบทแบบไม่ไว้หน้า จะมาเร็วเป็นสายฟ้าแลบ ชนิดตั้งตัวไม่ทัน แต่ถ้ามาแบบ ขี่ม้าเลียบค่าย จั่วคำถามไว้อย่าง  แล้วก็ค่อยๆออกลาย พาดโน่นพิงนี่ ให้จับได้ว่า เป็น สาวกการเมือง สีหนึ่งสีใด ที่มีอกุศลจิต คิด ตีรับประทาน ละก็ เป็นได้สนุกเชียวครับ กองเชียร์ได้ลุ้นระทึกว่า หวยจะออกมาเลขไหน? คือโดนแน่ แต่ไม่ทราบว่าจะเป็นแค่จับแพ้... ร่อแร่เดินเซกลับมุมไม่ถูก หรือ เจอลูกสลบคาตา แบบที่คุณวีระเองก็บอกว่า “วันนี้จับเคี้ยวเป็นภักษาหาร กร้วมๆๆๆ แต่เช้าเชียว” ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

หลายคนอดสงสัยไม่ได้ คุณวีระโหดไปหน่อยไหม?  อันนี้ ตอบยากครับ ดร.เสรี เคยวิเคราะห์ว่า “นี่เป็นจุดขายของเค้า ยิ่งเล่นหนักแบบสะใจ ยิ่งได้ใจคนฟัง”  แต่ผมเองไม่มองอย่างนั้นครับ ผมมองว่า คนที่คลุกคลีกับ ความมีสาระ ท่วมตัวตั้งแต่เช้ายันดึกอย่างแก ย่อมเป็นธรรมดาอยู่เองที่จะทนกับ สิ่งที่ไร้สาระ ไม่ค่อยได้ ประมาณ ลึกๆอดรู้สึกขัดใจไม่ได้ว่า “อะไรกัน เวลาที่จะทำเรื่องดีมีเนื้อมีหนัง ยังไม่ค่อยมี หนอย มาพล่ามมาบ่นด้วยเรื่องอะไรก็ม่ะรุ” ....“อื้อหือ รัฐมนตรีนี้ทำงานไม่เป็น รัฐมนตรีโน้นก็ทำไม่เข้าท่า เวรกรรม ตัวเองเป็นใคร เคยส่องกระจกบ้างหรือเปล่า?” มากกว่า 

 

และในเมื่อตัวเองก็มีความเชื่อมั่นในตัวเองว่า ผลงานเป็นที่ชื่นชอบของคนไม่น้อย (ทัวร์หลวงพระบางของแก 4 วัน 3 หมื่น นะครับ ในขณะที่สไตล์เราๆ เกิน 6 พันก็ถือว่าฟุ่มเฟือยแล้ว อิอิ) ก็จึงไม่ต้องแคร์ว่า ขวานผ่าซากแล้ว จะทำให้จำนวนผู้ฟังลดลงหรือเปล่า ตรงกันข้าม กลับจะดีเสียอีก ที่เป็นการ กลั่นกรอง ให้เหลือแต่ ผู้ฟังคุณภาพ ไปในตัว

 

ผู้ฟังคุณภาพ ในทรรศนะของคุณวีระ ก็คือ ต้อง ไม่เออออเอาเอง ไม่คิดเอง และ ไม่ปรุงแต่ง ครับ ข้อเท็จจริง ก็คือ ข้อเท็จจริง ไม่ “สมมุติว่า...” “ผมคิดว่า...” “เค้าน่าจะ...”   ยิ่งถ้า “ฟังเค้าว่า...” “ผมอ่านเจอว่า....” แบบ ตาบอดคลำช้าง ละก็ โชคดี ก็โดนจวกให้ดึงประเด็นเข้าร่องรอย  แต่เคราะห์ร้าย ก็โดน เฉ่งสั่งลา ประเภท “เอาล่ะ เอาล่ะ” “โอเคนะครับ” ซึ่งเป็นการฉีกหน้าสถานเบา แต่ สถานหนัก ก็ทำนอง “อะไรของคุณนี่ เลอะเทอะ”.. “เพ้อเจ้อ เมื่อเช้าทานข้าวกับอะไร”.. “เจียะป้าบ่อสื่อ” ที่เล่นเอาซึม เสียเซลฟ์ ไปหลายวันอ่ะครับ

 

 

ยังมีต่อครับ......

 

 

ดูหนังดูละคร แล้วย้อนดูตัว 

 

 

 


มีเพื่อนๆบอกผมเสมอว่า "อยากให้มี คอลัมน์ คุยกับพี่วุฒิพี่เคท จัง จะได้เป็นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ้าง เพราะพี่วุฒิมักจะคิดอะไรต่างจากคนอื่นเนืองๆ"

เอ้อ.... อ้า..... อือม์ ...แหะ แหะ เป็น คำชม ใช่ไหมครับ? ฟังดูแปลกๆเนอะ

แต่จะยังไงก็ตาม.... ผมขออนุญาตคิดเข้าข้างตัวเองละกันครับว่า เป็นไปในทางบวก ด้วยตรรกะง่ายๆที่ว่า การได้เห็นมุมมองที่แตกต่างจากที่พบเห็นเจอะเจอทั่วๆไป อย่างน้อยก็ช่วยให้เราได้กระตุ้นเซลล์สมองจาก รูปแบบที่อาจจะจำเจ  ซ้ำซาก บ้างไม่มากก็น้อย ส่วนจะคล้อยตาม หรือไม่เห็นด้วย หรือแม้จะคิดว่า "พี่วุฒิ คิดได้ไงอ่ะ เพี้ยนไปแล้วปล่าว?" ก็เป็นดุลพินิจของแต่ละท่าน เป็น สิทธิอันชอบธรรม อยู่แล้วครับ

ก็อย่างที่เคยเรียนบ่อยๆแล้วนะครับว่า วันๆนอกจากรับโทรศัพท์เป็นว่าเล่นแล้ว ยังมีเมล์ที่ส่งถึงผมอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งบ่อยทีเดียว เป็นข้อมูลที่ผมคิดว่ายังไม่เคยพบเห็นหรืออ่านเจอที่ไหน ผมก็จึงตัดสินใจ นำมาลงเสนอเพื่อนๆอย่างที่เห็นอยู่หลายครั้งหลายคราไงล่ะครับ

เพราะฉะนั้น เพื่อให้เพื่อนๆที่ชื่นชอบในเรื่องนี้ ได้อ่านอย่างจุใจ ไม่ต้องคลิกหาทีละบทความที่ผมสอดแทรกตลอดมา ก็สามารถ คลิกมาที่ คอลัมน์นี้เลยนะครับ และผมก็จะได้นำเมล์ใหม่ๆมา อัพเดท บ่อยๆครับ

personnal data for Japan visa

พอดีวางแผนจาไปญี่ปุ่น ตอนเดือนมกราปีหน้าอ่าค่ะ แต่แฟนเพิ่งเคยเดินทางไปแค่ฮ่องกง มาเก๊าเอง กลัวว่าจะมีปันหาตอนทำวีซ่าญี่นอ่าค่ะ เลยต้องทำหนังสือแนะนะตัวไปยื่นด้วย  statement ธนาคาร ก้อเพิ่งเริ่มสร้างเองค่ะ เด่วรอครบ 6 เดือน ค่อยไป ยื่นวีซ่าอ่าค่ะ มีทะเบียนการค้า  มีใบประกอบวิชาชีพวิศวะกร ได้แนบไฟล์ ที่ลองทำหนังสือแนะนำตัวมาด้วยนะคะ ยังงัยรบกวนตรวจสอบให้ทีนะคะ เพราะ กลัวจะไม่ผ่านมากๆค่ะ  ส่วนตัวหนูเอง เคยไปญี่ปุ่นมาแล้ว 1 ครั้ง statemant ก้อน่าดูเท่าไหร่ แต่มีย้อนหลังเป็นปี  มีใบรับรองการทำงาน ของหนูมะน่ามีปันหาเท่าของแฟน  ยังงัย รบกวนด้วยนะคะ

 

 TO  WHOM  IT  MAY  CONCERN
I am writing this letter as additional documentation in support of my application for a tourist visa to Japan for 7 days on January 2010. The intent is to provide additional information concerning my background and the purpose of my travel.

I graduated with Bachelor of xxxxxxx from   xxxxx  University.

In addition to my monthly salary.   I am a business owner , xxxxxxxxxx  : open since  2006 and 2007 and I am a freelancer.

The purpose of visit ,  10th  years  anniversary of relationship my girlfriend and I . Apart  from  that , Japan is the most country  we would like to visit to see different kind of old culture combination with new High–Technology  in social living  also want to see shopping place and tourist attraction.

The above information is true and accurate. I hope that this letter is of use in furnishing additional information in support of my application.
Thank you for your consideration.
Your truly,

- ส่วนที่ ไฮไล้ท์ ไม่เอาครับ ดูอ่อนแอ ง้องอนเกินไป
- ส่วนที่เหลือ ขอให้ดูตัวอย่างของพี่วุฒิพี่เคท ซึ่งควรจะมีรายละเอียด ข้อมูลส่วนตัว เหตุผลประกอบ มากกว่านี้ครับ


               

สวัสดีครับ คุณ???
ถือว่าเป็นคำแนะนำของผู้ใหญ่แล้วกันนะครับ
- เมล์ของหนู ลวกไป ขาดไร้มารยาทและศิลปะในการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น โดยเฉพาะจากคนที่ไม่รู้จัก
(ถ้าพี่วุฒิไม่เคยสัญญาว่า รับรองตอบทุกฉบับ ก็คงไม่ตอบ และถ้าไม่มีความเป็นครู ก็คงไม่ Edit ให้)
- เอกสารของแฟนหนู ก็อ่อนน้อมเกินไป (โอกาสถูกเมินมีมาก)
รีการ์ดส
วุฒิ

มือใหม่หัดเที่ยวขอคำปรึกษาเรื่อง ฮ่องกงค๊า

นมัสการ...เอ้ย สวัสดีค่ะพี่วุฒิและพี่เคท
----- เจริญพรครับ โยม xxxx ...เฮ่อ เพี้ยนพอกัน
 
วันนี้ xxxx มีเรื่องมาขอคำปรึกษาหลังจากวางแผนเที่ยวมาเก๊า ฮ่องกงเสร็จไป 98%;;ตามที่เคยเกริ่นๆไปบ้างแล้วค่ะ อิอิ
----- อิอิ... อีก 4 เดือนกว่าจะได้ไปนะเนี่ย

1. รถโดยสารที่ฮ่องกง เค้าจ่ายค่าโดยสารกันยังไงเหรอค่ะ หยอดลงกล่องบนรถรึเปล่าค่ะ แล้วมีตังค์ทอนไหลออกมาป่าวเอ่ย หรือมีตู้แลกเหรียญย่อยสำหรับขึ้นรถบัสป่าวคะ
------ คงงั้นมังครับ แต่ใช้บัตรปลาหมึกดีกว่าเนอะ ซื้อแล้วใช้ไม่หมดก็เก็บไว้ใช้คราวหน้า เพราะมีอายุ 4 ปี ยังไงก็ได้ไปอีกแน่นอนครับ

2. ถ้าจะใช้วิธีเดียวกะที่พี่ๆไปเที่ยวเพื่อไหว้พระใหญ่โดยขึ้นรถไฟ 2สถานี แล้วต่อรถบัสเอ็นแอลบี หมายเลข23 ต้องจ่ายเงินค่ารถบัสเท่าไหร่อ่ะคะ แล้วลงป้ายไหนคะ
3. จากสถานีรถไฟใต้ดินฮ่องกง(MTR Hong Kong) ต่อรถบัสสาย6, 6A, 6X, 66, 260 ไปลงที่รีพัลส์เบย์ เสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่เหรอคะ แล้วจุดสังเกตุการลงรถว่าจะต้องลงที่ป้ายไหน คืออะไรคะ
------ ถ้าไม่ใช้บัตรปลาหมึก ก็ถามเค้าเอาก็จบครับ อิอิ

4. เราสามารถหาข้อมูลเส้นทางเดินรถบัสของฮ่องกงได้ที่ไหนบ้างค่ะ เพราะเท่าที่ขอเอกสารจากการท่องเที่ยวฮ่องกง เค้าไม่มีส่งมาให้เหมือนของมาเก๊าอ่ะคะ
------ ไม่ต้องหาหรอกครับ งงเปล่าๆ ไปถึงที่นั่น มึนๆตื้อๆแป๊บนึง ได้เห็นได้ยินบ่อยเข้า ก็จะกระจ่างเองครับ

5. ค่า cable car ที่จะขึ้นไปที่Guia Fortress ตรงสวนFlora garden ต่อหัวเท่าไหร่เหรอคะ
----- ในรีวิวมีบอกแล้วไม่ใช่หรือครับ.....

6. ถ้าอยากได้เศษเหรียญเป็นเงินทอนต้องพูดว่าอะไรคะ
------ "Please give me small change" หรือ จีนกลางก็ "ฉิ่ง หนี่ เก่ย หว่อ เสี่ยว เฉียน ห่าว มา" (คุณกรุณาให้สตางค์ปลีกฉันได้ไหม?) หรือ สั้นๆว่า "หว่อ เอี้ยว เสี่ยว เฉียน" (ฉันต้องการเงินปลีก) ก็ได้ครับ

7. ที่สนามบิน เค้ามีที่ให้แลกแบงค์ย่อย หรือเหรียญป่าวค่ะ เอาแบบที่ให้แลกนะ ไม่ใช่ต้องเข้าไปซื้อของแล้วได้มาอ่ะคะ
----- มีครับ

ถามเยอะไปนิด ขอโทษค่ะ ขอบคุณค๊า
----- ไม่แยะหรอกครับ สำหรับคนขี้เหนียวเป็นตังเมปานนี้.. อิอิ....ธ่อ เรื่องที่สำคัญกว่านี้ไม่มีหรือไงครับ ...นี่อะไรกัน ห่วงแต่เรื่องเงินเล็กเงินน้อย ระวังจะเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายน้า...ฮิฮิ
รีการ์ดส
วุฒิ
 

Require India information

สวัสดีครับ ผมเป็นแฟนหนังสือของคุณคนหนึ่งครับ
----- สวัสดีครับ คุณ xxxx ยินดีที่ได้รู้จักครับ

คือว่าผมวางแผนว่าจะไปเที่ยวอินเดีย ประมาณเดือนพฤศจิกายน ปีนี้ ตามรายการข้างล่างครับ แต่ผมอยากได้ข้อมูล เพิ่มเติม  (ไม่มี "ไอเดีย" เลยครับ) แล้วเดินทางคนเดียวด้วย ...ถ้าคุณมีข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาขอรายละเอียดด้วยครับ
------- แหะ แหะ รูปแบบเมล์ของคุณ xxxx เหมือนแปลจากภาษาอังกฤษเลยนะครับ...อินเดียเที่ยวง่าย อย่ากังวลเลยครับ
 
My trip planning : 
Day 01  Arrive Kolkata  then take a train to Varanasi
------- ไม่ทราบว่า คุณ xxxx มีอะไรพิเศษที่โกลกัตตาหรือครับ เพราะผมรู้สึกลำบากกว่าการไปลงเดลลีนะครับ เพราะตั๋วเดลลีไปกลับก็ไม่แพงเท่าไหร่อ่ะครับ...เรื่องนั่งรถไฟจากโกลกัตตาไปวาราณสีเนี่ย เหนื่อยเอาการนะครับ ผมว่า

Day 02  Varanasi - city sight  
Day 03  Varanasi - city sight
Day 04. Varanasi - train to Agra
Day 05. Agra - Full day city sight
Day 06. Agra - train to Delhi
Day 07. Delhi - Full day city sight
Day 08. Delhi - morning flight to Kolkata  ............waiting for departure
------ ถ้าไม่มีอะไรจำเป็นทีโกลกัตตา ผมว่า คุณ xxxx ไปกลับ กทม-เดลลี-กทม. น่าจะสะดวกกว่าแยะนะครับ...ส่วนตัวคิดว่า ถ้าไปลงโกลกัตตา คุณ xxxx น่าจะไปเที่ยวแถบนั้นมากกว่าครับ... หรือไม่ก็เปลี่ยนมาเที่ยวย่านสามเหลี่ยมทองคำทั้งทริปเหมือนผมเลยอ่ะครับ

Qoutation breakdown requirement
* 3-4 Stars accommodation
------ เอ้อ สไตล์เรา ไม่ค่อยสนใจโรงแรม 3-4 ดาวอ่ะครับ เพราะฉะนั้น คุณ xxxx ไม่ต้องห่วงครับ หาง่ายแบบ